เว็บบอร์ด >อัญมณี >จัดสวน >ท่องเที่ยว >เมนูอาหาร >ทุนศึกษาต่อ >รับตรง >พระเครื่อง >ศิลปะการออกแบบ >สุขภาพ >บันเทิงดารา >สมัครงาน >งานราชการ >ข่าวด่วน >ฝากข่าวฟรี
 หน้าแรก | สินค้า | งานประดิษฐ์ | ลูกปัดอัญมณี | จัดสวน | เมนูอาหาร | ท่องเที่ยว | พระเครื่อง | ดูดวง | ทำนายฝัน | เพลงใหม่ | ดูทีวีออนไลน์ | ฟังวิทยุออนไลน์ | ติดต่อโฆษณา





 
free counters

facebook rayabeading
twitter rayabeading

    Knowledge
อุทกภัยในประเทศไทย ครั้งร้ายแรงทีสุด พ.ศ. 2554 ผลกระทบหนักที่สุดอยู่ที่บริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา รวมไปถึงที่ราบลุ่มแม่น้ำโขง
วันศุกร์ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ.2554 เวลา : น.

อุทกภัยในประเทศไทยครั้งร้ายแรงทีสุด พ.ศ. 2554


 เป็นอุทกภัยรุนแรงที่เกิดขึ้นระหว่างฤดูมรสุมในประเทศไทย พ.ศ. 2554 ผลกระทบหนักที่สุดอยู่ที่บริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา รวมไปถึงที่ราบลุ่มแม่น้ำโขง เหตุการณ์กินเวลาตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคมและยังคงดำเนินมามากกว่าสองเดือนจนถึงปัจจุบัน จนถึงวันที่ 8 พฤศจิกายน มีรายงานผู้เสียชีวิตแล้ว 527 ราย สูญหาย 3 ราย และมีผู้ได้รับผลกระทบ 2.9 ล้านครัวเรือน หรือกว่า 9.5 ล้านคนโดยประเมินความเสียหายอยู่ที่ 156,700 ล้านบาท ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวม 2.31 แสนล้านบาท



 
 

ภาพ Wikipedia, the free encyclopedia

http://en.wikipedia.org/wiki/2011_Thailand_floods

สาเหตุ

อุทกภัยครั้งนี้เริ่มขึ้นในระหว่างฤดูมรสุม เมื่อพายุหมุนนกเตนขึ้นฝั่งทางตอนเหนือของเวียดนาม ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย และทำให้เกิดอุทกภัยในหลายจังหวัดเริ่มตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคม  ภายในสัปดาห์แรกของอุทกภัยก็มีรายงานผู้เสียชีวิตถึงสิบสามคน[4] อุทกภัยดำเนินต่อไปในสิบหกจังหวัดขณะที่ฝนยังคงตกลงมาอย่างหนัก และภายในเวลาไม่นานอุทกภัยก็ลุกลามไปทางใต้เมื่อแม่น้ำเจ้าพระยาได้รับน้ำปริมาณมากจากแม่น้ำสาขา และส่งผลกระทบต่อหลายจังหวัดในภาคกลาง จนถึงวันที่ 4 ตุลาคม ยี่สิบห้าจังหวัดยังได้รับผลกระทบ และเสี่ยงต่ออุทกภัยเพิ่มเติม เนื่องด้วยเขื่อนส่วนใหญ่มีระดับน้ำใกล้หรือเกินความจุ

ปริมาณฝนในเดือนีนาคมเหนือพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทยอยู่ที่ 344% มากกว่าค่าเฉลี่ย ซึ่งไม่ปกติ โดยเฉพาะเขื่อนภูมิพลได้รับปริมาณน้ำฝน 242.8 มิลลิมเตร มากกว่าปกติ 25.2 มิลลิเมตร ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมเป็นต้นมา เขื่อนได้สะสมน้ำแล้ว 245.9 มิลลิมเตร หรือ 186% มากกว่าค่าปกติ

พายุที่ส่งอิทธิพลต่ออุทกภัยในประเทศไทย ตลอดทั้งปี พ.ศ. 2554 มีพายุโซนร้อนไหหม่า, พายุหมุนนกเตน, พายุโซนร้อนไห่ถาง, พายุไต้ฝุ่นเนสาด และพายุโซนร้อนนาลแก

โดยก่อนหน้านี้ได้เกิดอุทกภัยและดินถล่มทางภาคใต้ของประเทศไทย ซึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคมแล้ว เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 53 คนและสร้างความเสียหายมากกว่า 500 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ 

ประเทศไทยอยู่ในเขตร้อน หลายภาคส่วนของประเทศจึงมักเกิดน้ำท่วมฉับพลันตามฤดูกาล อุทกภัยมักเริ่มขึ้นในภาคเหนือแล้วค่อยขยายวงลงมาตามแม่น้ำเจ้าพระยาผ่านที่ราบภาคกลาง ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตามแม่น้ำชีและมูลซึ่งไหลลงแม่น้ำโขง หรือในพื้นที่ลาดเขาชายฝั่งในภาคตะวันออกและภาคใต้ ส่วนที่เหลือของพายุหมุนเขตร้อนซึ่งพัดถล่มประเทศเวียดนามหรือคาบสมุทรทางใต้เพิ่มหยาดน้ำฟ้าโดยทั่วไป ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่ออุทกภัยมากขึ้นไปอีก ประเทศไทยมีระบบควบคุมการระบายน้ำ รวมถึงเขื่อนหลายแห่ง คลองชลประทานและแอ่งยับยั้งน้ำท่วม ("แก้มลิง") (flood detention basin)  แต่ยังไม่เพียงพอต่อการป้องกันความเสียหายอันเกิดจากอุทกภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ชนบท มีความพยายามอย่างมาก รวมทั้งระบบอุโมงค์ระบายน้ำซึ่งเริ่มใน พ.ศ. 2544 ในการป้องกันอุทกภัยในกรุงเทพมหานคร ซึ่งตั้งอยู่ ณ ปากแม่น้ำเจ้าพระยาและมักเกิดน้ำท่วม ผลของความพยายามดังกล่าวนับเป็นความสำเร็จสำคัญ โดยกรุงเทพมหานครมักเกิดอุทกภัยเพียงเล็กน้อยและกินเวลาไม่นานนับตั้งแต่อุทกภัยครั้งใหญ่เมื่อ พ.ศ. 2538 อย่างไรก็ดี ภูมิภาคอื่นยังเกิดอุทกภัยรุนแรง โดยครั้งล่าสุดใน พ.ศ. 2553 

 


ภาพ Wikipedia, the free encyclopedia

http://en.wikipedia.org/wiki/2011_Thailand_floods

False-colour satellite image showing extent of flooding on 19 October 2011; Water is shown in dark blue.
ภาพจากดาวเทียมที่แสดงขอบเขตของการเกิดน้ำท่วมเมื่อ 19 ตุลาคม 2011;
น้ำจะแสดงในสีน้ำเงินเข้ม


ขนาดและขอบเขตของอุทกภัยใน พ.ศ. 2554 บางส่วนอาจถือได้ว่าเกิดขึ้นจากปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาน้อยในฤดูมรสุม พ.ศ. 2553 ระดับน้ำในเขื่อนทำสถิติต่ำสุดเมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2553 หลักฐานแสดงว่า ตอนต้นฤดูฝน เขื่อนได้กักเก็บน้ำปริมาณมากเพื่อเป็นน้ำสำรองและป้องกันอุทกภัยในช่วงต้น ปริมาณน้ำฝน พ.ศ. 2554 สามารถแสดงได้เห็นโดยปริมาณน้ำที่กักเก็บในเขื่อนภูมิพล น้ำมากกว่า 8,000 ล้านลูกบาศก์เมตรถูกเก็บไว้ในเวลา 3 เดือน จนเขื่อนเต็มความจุ 100%
] เมื่อถึงขีดกักเก็บน้ำแล้ว ฝนที่ยังตกลงมาบีบให้ทางการต้องเพิ่มการปล่อยน้ำออกจากเขื่อน แม้จะทำให้เกิดอุทกภัยเพิ่มขึ้น และนำไปสู่การกล่าวหาว่า การบริหารจัดการเขื่อนผิดพลาดในช่วงต้นของฤดูมรสุมนี้ อย่างไรก็ดี การโต้แย้งกลับมีว่า หากฤดูมรสุม พ.ศ. 2554 สั้นและไม่มีการเก็บน้ำไว้ในเขื่อนแล้ว หากน้ำลดลงต่ำกว่าระดับเมื่อ พ.ศ. 2553 จะเป็นการบริหารจัดการผิดพลาดเช่นกัน





ภาพ Wikipedia, the free encyclopedia

http://en.wikipedia.org/wiki/2011_Thailand_floods



อุทกภัยครั้งนี้ถูกกล่าวขานว่าเป็น "อุทกภัยครั้งร้ายแรงที่สุดทั้งในแง่ของปริมาณน้ำและจำนวนผู้ได้รับผลกระทบ"

ภาคเหนือ

จังหวัดที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมได้แก่

 พะเยา

วันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2554 สถานที่ราชการกว่า 10 องค์กรในศูนย์ราชการอำเภอดอกคำใต้ต้องหยุดให้บริการหลังเกิดน้ำท่วมสูง เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเดินทางเข้าไปทำงานได้ นอกจากนี้ระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นได้เข้าท่วมบ้านเรือนมากกว่า 2,000 หลัง ถนนสายพะเยา-เชียงคำถูกน้ำท่วมสูงจนรถไม่สามารถวิ่งผ่านได้ ขณะที่โรงเรียนมากกว่า 6 แห่ง ต้องหยุดการเรียนการสอนอย่างไม่มีกำหนด ด้านหน่วยงานราชการโดยสำนักงานเทศบาลเมืองดอกคำใต้ เร่งให้เจ้าหน้าที่เข้าทำการช่วยเหลือชาวบ้านโดยการขนย้ายสิ่งของ และนำกระสอบทรายเข้าป้องกันบ้านที่ยังไม่ถูกน้ำท่วม

 น่าน

วันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2554 น้ำจากลำน้ำน่านและลำน้ำสาขาได้แก่ ลำน้ำขว้าง น้ำปัว ไหลเข้าท่วมในพื้นที่ตำบลต่าง ๆ ทำให้บ้านกว่า 1,000 หลังคาเรือนเดือดร้อน ขณะที่ในเขตเทศบาลเมืองน่านน้ำได้เข้าท่วมตามถนนและชุมชนใกล้ลำน้ำน่านแล้ว เช่น ชุมชนบ้านดอนศรีเสริม บ้านพวงพะยอม บ้านภูมินทร์ ท่าลี่ บ้านสวนตาล บ้านดอนแก้ว น้ำได้เข้าท่วม ตามถนนรถเล็กไม่สามารถผ่านได้ นอกจากนั้นน้ำยังเข้าท่วมในเขตอำเภอภูเพียง ถนนระหว่างอำเภอสันติสุขกับอำเภอภูเพียงถูกตัดขาดแล้ว

 เชียงใหม่

จังหวัดเชียงใหม่ มีพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายทั้งสิ้น 16 อำเภอรวมทั้งเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ รวม 77 ตำบล 498 หมู่บ้าน 84,404 ครัวเรือน 138,090 คน พื้นที่เกษตรได้รับความเสียหาย 22,237 ไร่ ปศุสัตว์ 1,286 ตัว ประมงเสียหาย 95 บ่อ บ้านเรือนเสียหาย 1,557 หลัง ถนนเสียหาย 59 สาย สะพาน 21 แห่ง เหมืองฝาย 103 แห่ง มูลค่าความเสียหายประมาณ 11,357,333 บาท

นายแพทย์ชัยพร พรหมสิงห์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์อนายมัยที่ 10 เปิดเผยว่า โรงพยาบาลได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมซึ่งระดับน้ำได้ไหลเข้าท่วมชั้นล่างของอาคารผู้ป่วยระดับน้ำสูงกว่า 1 เมตร ทำให้ต้องใช้รถหกล้อขนาดใหญ่ส่งต่อผู้ป่วยจำนวน 5 ราย ไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลนครพิงค์

วันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2554 เกิดเหตุน้ำล้นเขื่อนแม่กวงพัดเข้าท่วมอำเภอสันทราย เป็นพื้นที่สี่ตำบล ราษฎรได้รับผลกระทบกว่า 1,000 ครัวเรือน วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2554 น้ำได้เข้าท่วมเขตตัวเมืองเชียงใหม่ ทำให้โรงแรมไม่ต่ำกว่า 10 แห่งได้รับผลกระทบ โดยนักท่องเที่ยวบางรายประสงค์ขอย้ายโรงแรม และบางรายที่จองพักล่วงหน้าได้ขอเลื่อนเข้าพัก แต่คาดไม่ส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวมากนัก ด้านบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวประเมินมูลค่าความเสียหายจากอุทกภัยครั้งนี้ไว้ที่ 7-8 พันล้านบาท[ ด้านสราวุฒิ แซ่เตี๋ยว นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ ระบุว่า รายได้จากการท่องเที่ยวและค้าขายในจังหวัดเชียงใหม่สูญไปแล้วกว่า 1,000 ล้านบาท แต่ยังคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจะเพิ่มขึ้นอีก 20% จากปีที่ผ่านมา เพราะจังหวัดจะมีการจัดกิจกรรมหลายอย่างในช่วงฤดูท่องเที่ยว 

เชียงราย

อ่างเก็บน้ำห้วยสัก บ้านท่าสุด หมู่ 3 ต.ท่าสุด อ.เมือง ในจังหวัดเชียงราย ฐานดินพังทลาย จนเป็นเหตุให้ต้องซ่อมแซมก่อนที่อ่างเก็บน้ำจะแตกชำรุด ที่ถนนสายแม่สรวย-ดอยวาวี บริเวณหมู่บ้านทุ่งพร้าว หมู่ 8 ต.วาวี อ.แม่สรวยดินพังทลายเป็นทางกว้างประมาณ 100 เมตร และลึกกว่า 20 เมตร ทำให้ไม่สามารถสัญจรได้ และต้องทำการซ่อมแซมอีกครั้งภายหลังพึ่งซ่อมแซมมาได้เพียงไม่นาน ส่วนถนนเขตเทศบาลนครเชียงราย เกิดน้ำท่วมขัง จนเป็นเหตุให้โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ต้องนำรถพยาบาลออกมารับผู้แทนเนื่องจากรถยนต์บางคันไม่สามารถเข้ามาถึงภายในโรงพยาบาลได้

 อุตรดิตถ์

จังหวัดอุตรดิตถ์ได้รับความเสียหายในพื้นที่ 4 อำเภอ 13 ตำบล 48 หมู่บ้าน ทางหลวงหมายเลข 1146 ช่วงกิโลเมตรที่ 4-5 ได้รับความเสียหายรถยนต์ไม่สามารถสัญจรผ่านได้ ที่อำเภอเมือง พบว่าฝายน้ำล้นชำรุดและท่อลอดเหลี่ยมได้รับความเสียหายหลายจุด ที่อำเภอฟากท่า น้ำป่าไหลเข้าท่วม 2 ตำบล 5 หมู่บ้าน ได้แก่พื้นที่ตำบลฟากท่า และตำบลสองคอน ในเบื้องต้นพบว่าที่ทำการกลุ่มแม่บ้าน ที่ทำการกลุ่มทอผ้า ประปาหมู่บ้าน ได้รับความเสียหายบางส่วน ที่อำเภอน้ำปาด น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎร พื้นที่การเกษตร และสิ่งสาธารณประโยชน์ได้รับความเสียหายสะพานข้ามบ้านนาน้ำพราย ตำบลเด่นเหล็ก อำเภอน้ำปาด ชำรุดเสียหาย

เมื่อวันที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2554 เกิดเหตุน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่มที่บ้านห้วยเดื่อ หมู่ที่ 2 ตำบลน้ำไผ่ อำเภอน้ำปาด มีบ้านเรือนถูกพัดพาไปกับน้ำป่า 7 หลัง และส่งผลให้สะพานบ้านห้วยเดื่อ และสะพานบ้านต้นขนุนซึ่งอยู่ หมู่ที่ 3 ห่างจากสะพานบ้านเดื่อไปประมาณ 5 กิโลเมตรขาด ยานพาหนะทุกชนิดไม่สามารถสัญจรไปมาได้ น้ำป่าได้พัดบ้านเรือนไปทั้งหมดจำนวน 12 หลัง มีผู้สูญหายจำนวน 7 คน มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย รถจักรยานยนต์ของเจ้าหน้าที่อุทยานจำนวน 10 คันถูกน้ำป่าพัดเสียหาย เช่นเดียวกับ รถยนต์รถไถนา รถมอเตอร์ไซค์ และรถยนต์ที่ใช้ในราชการของหน่วยพิทักษ์ป่าคลองตรอน ถูกน้ำป่าพัดหายอย่างละ 1 คัน บ้านพักครูโรงเรียนบ้านห้วยคอม หมู่ที่ 4 ตำบลน้ำไผ่ ถูกน้ำป่าพัดหายไป 1 หลัง ครู 7 คนต้องวิ่งหลบภัยไปยังภูเขาหลังโรงเรียน และช่วง 2.20 น.น้ำป่าได้พัดพาเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในโรงเรียนไปกับกระแสน้ำ

 แพร่

จังหวัดแพร่ทั้งจังหวัดมีฝนตกหนักติดต่อกัน 2 วัน 2 คืน ปริมาณน้ำที่ตกลงมามากในพื้นที่ต้นน้ำ ส่งผลให้น้ำป่าไหลเป็นปริมาณมาก ไร่นาได้รับความเสียหายในหลายอำเภอ น้ำป่าที่ไหลจากด้านตะวันออกของเขตเทศบาลเมืองแพร่เข้าท่วมตัวเมือง ทำให้ถนนหลายสายและย่านชุมชนประสบปัญหาหนัก รถยนต์ไม่สามารถสัญจรเข้าออกได้ อำเภอสูงเม่น น้ำแม่มาน น้ำแม่สาย มีน้ำป่าไหลทะลักเข้าท่วมบ้านสบสาย มีระดับสูงถึง 1 เมตร อำเภอเด่นชัย ลำห้วยแม่พวกซึ่งเป็นลำห้วยขนาดใหญ่ที่สุดของอำเภอ มีน้ำป่าทะลักรุนแรง ท่วมโรงเรียนบ้านห้วยไร่

ที่อำเภอลอง น้ำแม่ต้า น้ำป่าทำให้บริเวณทางเข้าสถานีรถไฟบ้านปิน ตัดทางรถไฟ ซึ่งการรถไฟได้ส่งพนักงานเข้าซ่อมอย่างรวดเร็วให้กลับมาใช้การได้ หมู่บ้านสบสาย ตำบลสบสาย อำเภอสูงเม่น และตำบลแม่ปาน อำเภอลอง มีน้ำจากแม่น้ำยมซึ่งล้นตลิ่งเข้าท่วมถนนในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะถนนสายแม่ปาน-อ.ลอง ถนนสายทุ่งแล้งไปอำเภอลอง ถนนจากทุ่งแล้งไปบ้านวังเคียน พร้อมทั้งถนนสาย ทุ่งแล้งวังชิ้น น้ำท่วมสูงจนรถยนต์ไม่สามารถผ่านไปมาได้ และที่ตำบลทุ่งแล้ง อำเภอลอง หมู่ 1 หมู่ 9 ระดับน้ำบางจุดเข้าท่วมบ้านเรือนกว่า 2 เมตร เจ้าหน้าที่กู้ภัยพานพิทักษ์อำเภอร้องกวาง ประสบอุบัติเหตุเรือล่มขณะออกช่วยเหลือประชาชนที่ติดอยู่ในบ้านที่น้ำท่วมในลำน้ำแม่คำมี แต่ไม่มีผู้เสียชีวิต

ลำพูน

วันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2554 ชาวบ้านโฮ่ง อำเภอบ้านโฮ่ง ต้องเก็บข้าวของเครื่องใช้ และอพยพคนชราขึ้นที่สูง หลังน้ำป่าจากดอยปงแม่ลอบได้ไหลเข้ามาสมทบกับแม่น้ำลี้ที่ไหลผ่านตัวอำเภอบ้านโฮ่ง และไหลรวมกันเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในอำเภอบริเวณกว้างตั้งแต่เช้า น้ำจากแม่น้ำลี้ยังไหลท่วมบ้านเรือนประชาชนต่อเนื่อง ทำให้ถนนลำพูน-ลี้ ถูกน้ำท่วมสูง รถเล็กไม่สามารถวิ่งผ่านได้ วันที่ 3 สิงหาคม 2554 จังหวัดลำพูนมีพื้นที่ประสบภัย 4 อำเภอ 23 ตำบล 243 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับผลกระทบ 35,001 คน 10,790 ครัวเรือน มีบ้านเรือนราษฎร ตลิ่ง พนังกั้นน้ำ นาข้าวได้รับความเสียหายวันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2554 ประจักษ์จิตต์ อภิวาท รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เปิดเผยว่า จังหวัดลำพูนได้สำรวจประชาชนผู้ประสบความเดือดร้อน พบว่า มีประชาชนอยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะได้รับเงินช่วยเหลือครัวเรือนละ 5,000 บาท รวม 5 อำเภอ จำนวน 2,299 ครัวเรือน

ลำปาง

เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปางประกาศให้ทั้งจังหวัดเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติฉุกเฉิน ที่ผ่านมามีประชาชนได้รับความเดือดร้อนจำนวน 153,173 คน นาข้าวเสียหายกว่า 30,000 ไร่ และมูลค่าค่าความเสียหายเบื้องต้นประเมินไว้สูงกว่า 1 ร้อยล้านบาท

 แม่ฮ่องสอน

ถนนเชื่อมต่อระหว่างหมู่บ้านนาจลองถูกตัดขาด รถทุกชนิดไม่สามารถสัญจรผ่านได้ ส่งผลให้พื้นที่ทางการเกษตรได้รับความเสียหาย ลำน้ำปาย ซึ่งเป็นแม่น้ำสายหลัก ระดับน้ำก็ได้เพิ่มระดับสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอนได้ตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านแม่คง อำเภอแม่สะเรียงหลังบ้านเรือนในพื้นที่ได้รับความเสียหาย 540 หลังคาเรือน และสะพานแม่น้ำเงาขาด

ที่อำเภอปาย น้ำตามลำห้วยต่าง ๆ ได้ไหลลงสู่แม่น้ำปาย ทำให้แม่น้ำปายเริ่มเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ทางการเกษตรบริเวณบ้านทุ่งกองมู และบ้านสบสอย ตำบลปางหมู อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน ขณะที่บริเวณชุมชนเคหะในเขตเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน น้ำป่าไหลหลากเข้ามาท่วม เนื่องจากท่อระบายน้ำระบายน้ำไม่ทัน ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า ในพื้นที่อำเภอปาย พื้นที่ทางการเกษตรได้รับความเสียหายจากพายุหมุนนกเตน และถนนสายบ้านแม่ของ หมู่ที่ 5 และบ้านนาจลอง หมู่ที่ 6 ตำบลแม่นาเติง น้ำท่วมขังไม่สามารถสัญจรไป-มาได้ เนื่องจากถนนสายดังกล่าวอยู่ในพื้นที่ลุ่ม ทางอำเภอปายได้แจ้งให้ราษฎรใช้เส้นทางอื่นเป็นการชั่วคราวก่อนจนกว่าปริมาณน้ำจะเข้าสู่ปกติ

ภาคกลาง

จังหวัดที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมได้แก่

 กรุงเทพมหานคร

น้ำเริ่มท่วมในบริเวณถนนพหลโยธินช่วงอนุสรณ์สถานราว 20 เซนติเมตร ในวันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2554 และพบเพิ่มเติมในพื้นที่อื่น ๆ อีก ทั้งมีไฟฟ้าดับในบางพื้นที่ในระยะเวลาไม่มากนัก การถ่ายรูปของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทย ชุดที่ 24 ต้องเลื่อนออกไปวันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2554 พายุไต้ฝุ่นนันมาดอลและพายุหมุนตาลัส ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่ ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้น้ำไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนและร้านค้าที่อยู่ภายในตลาดพระเครื่อง ย่านท่าพระจันทร์ เมื่อวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2554

วันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2554 ในกรุงเทพมหานครมีประชาชนได้รับความเดือดร้อนแล้ว 73 ชุมชน 3,384 ครัวเรือน ทางกรุงเทพมหานครพยายามเร่งระบายน้ำออกทางประตูระบายน้ำ 3 แห่ง นอกจากนี้ ทางสำนักงานเขตได้เตรียมกระสอบทรายห้าแสนใบมอบให้กับประชาชนไปใช้ทำคันกันน้ำชั่วคราวฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในวันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2554 ทำให้เกิดน้ำท่วมขังหลายจุด

วันที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2554 กรุงเทพมหานครได้จัดพิธีบวงสรวงพระแม่คงคาเพื่อขอให้น้ำลดอย่างรวดเร็ว แต่ไม่ค่อยได้รับการตอบสนองอย่างเห็นชอบเท่าใดนัก[39][40] ด้วยปริมาตรน้ำมากที่สุดเป็นอันดับสองที่มีแนวโน้มจะท่วมกรุงเทพมหานคร ซึ่งนับเป็นครั้งใหญ่ที่สุดนับแต่ พ.ศ. 2485 หน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐบาลจึงมักมีข้อมูลที่ขัดแย้งกันและชวนสับสน นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เรียกร้องให้ประชาชนในประเทศชาติสามัคคีกันเพื่อรับมือกับน้ำที่ไหลบ่ามาอย่างไม่ขาดสาย อย่างไรก็ดี พลตำรวจเอกประชา พรหมนอก ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย เคยแถลงยืนยันก่อนหน้านี้ว่า กรุงเทพมหานครจะประสบอุทกภัย

แม่น้ำเจ้าพระยา และสถานีสูบน้ำรอบกรุงเทพมหานครระบายน้ำอย่างน้อย 420,000,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน อย่างไรก็ดี การปล่อยน้ำจากเขื่อนต้นน้ำกรุงเทพมหานคร ประกอบกับฝนที่ตกลงมาเพิ่มเติม ทำให้มีการประเมินว่าน้ำอุทกภัย 16,000,000,000 ลูกบาศก์เมตรจะต้องระบายออก ปริมาณน้ำที่มุ่งสู่กรุงเทพมหานครมีปริมาตร 16 ลูกบาศก์กิโลเมตร กรมชลประทานพยากรณ์ว่า หากไม่มีฝนตกลงมาอีก น้ำปริมาณนี้จะลงสู่ทะเลใช้เวลา 30 ถึง 45 วัน

วันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2554 น้ำได้เอ่อท่วมที่ตลาดรังสิต และบริเวณถนนพหลโยธิน ซอยพหลโยธิน 87 ซอยพหลโยธิน 85

วันที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2554 สินค้าหลายอย่างขาดแคลนและเริ่มหมดลงอย่างรวดเร็ว รถทหารวิ่งสัญจรบนถนนในกรุงเทพมหานครทั้งยามค่ำคืนและยามเช้า ชายชราผู้หนึ่งประสบอบุติเหตุบนรถทหารในขณะที่รถกำลังวิ่งถนนในกรุงเทพเริ่มว่างเปล่า และประชาชนนำรถยนต์ของตนทำการจอดบนทางด่วนแม้จะมีคำสั่งห้ามก็ตามประชาชนส่วนหนึ่งเดินทางไปต่างจังหวัดหลังรัฐบาลแนะนำเช่นนั้น

วันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2554 ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรได้มีหนังสือคำสั่งมายังกรุงเทพมหานครให้เปิดประตูระบายน้ำคลองสามวา 1 เมตร ส่วนทางผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครต้องการให้เปิดเพียง 75-80 เซนติเมตร โดยทางผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครอ้างเหตุผลว่า เพื่อป้องกันเขตนิคมอุตสาหกรรมบางชัน ขณะที่ทางม็อบปิดถนนนิมิตใหม่เรียกร้องให้เปิดประตูระบายน้ำ 1.5 เมตร

วันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 เกิดความขัดแย้งอย่างหนักที่คลองสามวาโดยประชาชนสองกลุ่มในเขตคลองสามวาและเขตมีนบุรีไม่พอใจในเรื่องขอการระบายน้ำผ่านประตูคลองสามวา มีการบุกรุกทำลายทรัพย์สินของทางราชการ แม้ว่านายกรัฐมนตรีจะมีคำสั่งให้เปิดประตูขึ้น 1 เมตรแล้วก็ตาม หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ออกคำสั่งตามพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการป้องกันเจ้าหน้าที่ของกรุงเทพมหานครอย่างเต็มความสามารถ ซึ่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครกล่าวว่า ไม่สามารถไว้ใจตำรวจได้อีกต่อไป เพราะเพิกเฉยและไม่ต้องการขัดแย้ง หรือกลัวถูกชาวบ้านทำร้าย จึงจำเป็นต้องใช้อำนาจดังกล่าวในการลงโทษเจ้าหน้าที่ที่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง

วันที่ 7 พฤศจิกายน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครประกาศให้เขตคลองสามวาเป็นเขตอพยพทั้งเขต ส่งผลให้มีพื้นที่อพยพเพิ่มขึ้นเป็น 12 เขต  วันที่ 8 พฤศจิกายน กรุงเทพมหานครได้ประกาศพื้นที่อพยพเพิ่มเติม ได้แก่ บริเวณหมู่บ้านมณียา แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการแจ้งเตือนให้เฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ยังประกาศแจ้งเตือนสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 2 แขวง ได้แก่ แขวงนวลจันทร์และแขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม[57]วันที่ 9 พฤศจิกายน มีเขตอพยพแล้วทั้งสิ้น 13 เขตประกอบด้วย เขตดอนเมือง เขตสายไหม เขตหลักสี่ เขตบางเขน เขตคลองสามวา เขตบางพลัด เขตตลิ่งชัน เขตทวีวัฒนา เขตบางแค เขตภาษีเจริญ เขตหนองแขม เขตจตุจักรนอกจากนี้ ยังมีบางส่วนของเขต รวม 10 แขวง ในพื้นที่ 6 เขต ได้แก่ เขตหนองจอก ประกอบด้วย แขวงคลองสิบ แขวงคู้ฝั่งเหนือ แขวงโคกแฝด เขตคลองสามวา ประกอบด้วย แขวงสามวาตะวันออก แขวงทรายกองดินใต้ เขตลาดพร้าว ประกอบด้วย แขวงจรเข้บัว เขตบางกอกใหญ่ เฉพาะพื้นที่ ซ.จรัญสนิทวงศ์ 13 แขวงวัดท่าพระ เขตมีนบุรี ได้แก่ แขวงแสนแสบ  เขตคันนายาว ประกอบด้วยแขวงรามอินทราและแขวงคันนายาว วันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 นิคมอุตสาหกรรมบางชันแจ้งเหตุฉุกเฉินระดับที่ 1 ไปยังผู้ประกอบการ 93 ราย

วันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แจ้งพื้นที่อพยพเพิ่มเติม ในเขตบางกอกน้อย ประกอบด้วย แขวงบางขุนศรี แขวงบางขุนนนท์ และแขวงอรุณอัมรินทร์ เขตจอมทอง ประกอบด้วย แขวงบางขุนเทียน และเขตบางบอน ประกอบด้วย แขวงบางบอนทหารได้ออกแผนปฏิบัติการแผนมะรุมมะตุ้มเพื่อกู้นิคมอุตสาหกรรมบางชันและถนนเสรีไทย

วันที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 กรุงเทพมหานครได้ออกประกาศอพยพในพื้นที่แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน 3 ชุมชน วันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 ประกาศอพยพในเขตพญาไท ได้แก่ ซอยอินทามระ 1-31 ซอยประดิพัทธ์ 1-25 ซอยพหลโยธิน 15 หรือซอยวัดไผ่ตัน ต่อมาได้มีการแจ้งยกเลิกประกาศอพยพของวันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 วันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ประกาศอพยพในพื้นที่แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน บริเวณถนนบางขุนเทียน ตั้งแต่แยกพระราม 2 ถึงทางรถไฟสายวงเวียนใหญ่-มหาชัย วันที่ 19 พฤศจิกายน ศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม สรุปรายงานสถานการณ์สาธารณภัยว่ากรุงเทพมหานคร มีพื้นที่ประสบภัยจำนวน 3 เขต จาก 50 เขต

กำแพงเพชร

มีพื้นที่ประสบอุทกภัย 11 อำเภอ 77 ตำบล 954 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 190,057 คน 67,192 ครัวเรือน บ้านพักถูกน้ำท่วมขังรวม 5,691 หลัง พื้นที่การเกษตรที่คาดว่าจะเสียหาย 902,536 ไร่ ถนน 1,065 สาย ท่อระบายน้ำ 2 แห่ง ฝาย 4 แห่ง คอสะพาน 2 แห่ง อ่างเก็บน้ำ 1 แห่งโรงเรียน 4 แห่ง โรงพยาบาล 1 แห่ง มีผู้เสียชีวิต 6 ราย

พิจิตร

ฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับน้ำป่าจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ ไหลลงมาแต่ระบายน้ำไม่ทัน จนลำคลองล้นและทะลักเข้าท่วมนาข้าว 5 ตำบล ประกอบไปด้วย ตำบลวังกรด ตำบลลำปะดา ตำบลบางไผ่ ตำบลหอไกร รวม 49 หมู่บ้าน ซึ่งใกล้เก็บเกี่ยว น้ำท่วมสูงเกือบมิดต้นข้าวนับหมื่นไร่

วันที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2554 ที่ตำบลบางลาย อำเภอบึงนาราง ถูกน้ำท่วมมาเกือบ 1 เดือนแล้ว และเวลานี้ระดับน้ำก็ยังสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง พื้นที่ด้านในหมู่บ้านนั้น บางจุดสูงกว่า 2 เมตร เพราะเป็นพื้นที่ติดกับแม่น้ำและคลอง ซึ่งทางจังหวัดคาดการณ์ว่าไม่น่าจะต่ำกว่า 3 เดือน สถานการณ์ถึงจะเป็นปกติ รวมไปถึงความเสียหายในพื้นที่เกษตรกรรมที่น่าจะกลับมาเพาะปลูกได้อีกครั้งในช่วงต้นปีหน้า 

นนทบุรี

วันที่ 24 ตุลาคม พ.ศ.2554 สถานการณ์น้ำที่ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี วิกฤตหนักต่อเนื่อง ระดับน้ำเพิ่มขึ้นประมาณ 5 เซนติเมตร แต่ไหลแรงและเชี่ยวขึ้น ในขณะที่พื้นที่น้ำท่วมครอบคลุมทั้ง 6 ตำบล 69 หมู่บ้านแล้ว หนักสุดอยู่ที่ ต.บางแม่นาง เสาธงหิน บางม่วง บางเลน โดยเฉพาะพื้นที่เทศบาลตำบลบางม่วง เนื่องจากอยู่ริมคลองถึง 3 คลอง คือ คลองบางกอกน้อย คลองบางใหญ่ และคลองอ้อมนนท์ ในขณะที่การสัญจรผ่านถนนกาญจนาภิเษกติดขัดอย่างหนัก ผ่านได้เฉพาะรถใหญ่และรถโฟร์วิลล์เท่านั้น ซึ่งทางอำเภอได้ประสานรถของกองทัพบก กองทัพเรือ และขสมก.ในการทำหน้าที่รับส่งชาวบ้านไป 3 จุดหลัก คือถนนบรมราชชนนี แยกบางพูน และถนนวัดลาดปลาดุก ซึ่งนายอำเภอบางใหญ่ยอมรับว่า การเข้าไปช่วยเหลือพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมสูงเป็นไปได้ยากลำบากและไม่ทั่วถึง เนื่องจากรถเจ้าหน้าที่ทหารมีไม่เพียงพอ เพราะว่าต้องไปช่วยที่ อ.บางบัวทอง และ อ.ไทรน้อย ด้วย

นครนายก

วันที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2554 จังหวัดนครนายก เกิดฝนตกติดต่อกันเป็นวันที่ 3 ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน ที่ หมู่ 8 ตำบลเขาพระ อำเภอเมืองนครนายก น้ำเข้าท่วมบ้านเรือนกว่า 100 หลัง

พงษ์สวัสดิ์ ธีระวัฒนกุล นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเขาพระ เปิดเผยว่า น้ำได้เอ่อท่วมจากคลองห้วยทราย และคลองมะนาว ซึ่งเป็นต้นน้ำ มีบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหาย 100 หลังคาเรือน ระดับน้ำที่ท่วมสูงเฉลี่ย 60 เซนติเมตร การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ได้ประสานความช่วยเหลือจากทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครนายก จัดรถแบคโฮมาขุดถนนที่ถูกน้ำท่วมตัดขาดบริเวณหมู่ทึ่ 12 โดยจะใช้เสาคอนกรีตทำสะพานชั่วคราวให้ชาวบ้านใช้บรรเทาความเดือดร้อนไปก่อน ในระยะยาวได้วางแผนเปิดทางน้ำในตำบลจำนวน 12 จุด คาดว่าหากแล้วเสร็จ จะสามารถแก้ไขปัญหาน้ำท่วมได้อย่างถาวร

สัมฤทธิ์ พิจารณา ชาวบ้านหมู่ที่ 8 ตำบลเขาพระ กล่าวว่า น้ำได้สูงเพิ่มขึ้นตั้งแต่ 01.00 น. จากนั้นน้ำได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ชาวบ้านไม่สามารถขนย้ายสิ่งของออกมาได้ทัน

พิษณุโลก

ที่อำเภอชาติตระการ   กว่า 3 หมู่บ้าน ถนนถูกตัดขาดหลายสาย และปริมาณน้ำยังเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เร่งส่งเรือท้องแบน 3 ลำเข้าพื้นที่ เตรียมอพยพชาวบ้าน เนื่องจากถนนเส้นทางสายชาติตระการ-บ่อภาค ถูกตัดขาดหลายช่วง ชาวบ้านในหมู่ 3 หมู่ 4 และหมู่ 10 ของตำบลบ่อภาค ประชาชนไม่สามารถใช้เส้นทางสัญจรเข้าออกหมู่บ้านได้

ลพบุรี 

วันที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2554 ที่จังหวัดลพบุรี ภายหลังฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องเมื่อ 2 วันที่ผ่านมา ทำให้น้ำป่าจากภูเขาในเขตอำเภอพัฒนานิคม ไหลท่วมตำบลนิคมสร้างตนเอง ตั้งแต่เช้าวันที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2554 พื้นที่เกษตรเสียหายเป็นวงกว้าง และน้ำป่ายังทะลักท่วมบ้านเรือน ตำบลเขาสามยอด ท่าศาลา และกกโก อำเภอเมืองลพบุรี ถนน พหลโยธินบริเวณหน้าห้างคาร์ฟูร์และสี่แยกนิคม ระดับน้ำสูงกว่า 30 เซนติเมตร




   ผู้สร้างสรรค์ Withit Chanthamarit
  แหล่งที่มา 
http://www.flickr.com/photos/withit/6226335033

สมุทรสงคราม

วันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2554 ได้เกิดความโกลาหลขึ้นเมื่อชาวบ้านได้รับแจ้งให้ขนของขึ้นที่สูงเนื่องจากมีการปล่อยน้ำจากเขื่อนแม่กลอง ปริมาณ 784 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ลงแม่น้ำแม่กลอง  ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม ได้สั่งการให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดฯ จัดตั้งศูนย์อำนวยการรับแจ้งและให้ความช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง ภายในวันเดียวกันเพื่อแก้ป้องกันปัญหาความโกลาหลและปัญหาอุทกภัย

สมุทรสาคร

น้ำได้เข้าท่วมในตลาดสดเทศบาลเมืองกระทุ่มแบน ส่งผลให้เกิดปัญหาน้ำเน่าเสีย และประชาชนไม่ได้รับความสะดวก รวมถึงปัญหาโรคระบาดที่มากับน้ำเน่า เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม จุลภัทร แสงจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาครประกาศพื้นที่เสี่ยงประสบภัยพิบัติน้ำท่วมในบางพื้นที่ทั้ง 3 อำเภอ รวม 38 แห่ง วันที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 น้ำท่วมบริเวณสามแยกอ้อมน้อยตัดกับถนนเพชรเกษม เจ้าหน้าที่ทหารต้องนำรถยีเอ็มซีมาบริการประชาชนเข้าออกโรงพยาบาลมหาชัย 2 ตำบลอ้อมน้อย อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร ในขณะที่โรงงานที่อยู่บนถนนเศรษฐกิจ 1 ที่อยู่ใกล้เคียงกัน ต้องนำกระสอบบรรจุทรายมากั้นบริเวณหน้าโรงงานของตัวเอง

 สระบุรี

เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2554 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากฝนตกตลอดทั้งวัน ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากท่วมริมถนนมิตรภาพ ระหว่างกิโลเมตรที่ 22-23 หมู่ 5 และ 9 ตำบลทับกวาง อำเภอแก่งคอย รถยังสามารถวิ่งผ่านได้อย่างช้าๆ

หน่วยกู้ภัยสว่างรัตนตรัยธรรมสถาน จุดอำเภอมวกเหล็ก ร่วมกับกู้ภัยร่วมกตัญญู สระบุรี พร้อมอาสาของอำเภอมวกเหล็ก เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลมวกเหล็ก ช่วยกันบรรจุทรายใส่ถุงปุ๋ย นำไปวางกั้นกันน้ำป่าที่เริ่มไหลทะลักเข้ามาล้นคลองน้ำที่ไหลผ่านกลางโรงพยาบาล โดยทางพยาบาล เจ้าหน้าที่ที่เข้าเวรของโรงพยาบาล อำเภอมวกเหล็ก และได้เตรียมแผนการย้ายผู้ป่วย จำนวน 30 เตียง ไปยังโรงพยาบาลอำเภอแก่งคอย และโรงพยาบาลสระบุรี ไว้แล้ว

ต่อมาเมื่อเวลา 19.30 น. อ่างเก็บน้ำเขารวก ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติน้ำตกสามกลั่น ตำบลหนองปลาไหล อำเภอเมืองสระบุรี ขนาดบรรจุน้ำประมาณ 7,500 ลูกบาศก์ เป็นอ่างดิน เกิดแตกทำให้น้ำไหลทะลักลงสู่เบื้องล่าง เบื้องต้นทราบว่า มีบ้านถูกน้ำพัดสูญหายไป 1 หลังคาเรือน มีอีกหลังคาเรือนหนึ่งยังไม่ทราบชะตากรรม กำลังตรวจสอบ เพราะได้แจ้งปิดกระแสไฟฟ้าทั้งหมดในบริเวณน้ำตกสามกลั่นหมดแล้ว ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

สิงห์บุรี

วันที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2554 ทวีศักดิ์ นุ่มฤทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสิงห์บุรี เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้โรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสิงห์บุรี ที่ประสบอุทกภัย หยุดการเรียนการสอน

นอกจากนี้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอินทร์บุรี และหอสมุดแห่งชาติอินทร์บุรี ได้รับผลกระทบเช่นกันถูกน้ำเข้าท่วม สูงกว่า 60 เซนติเมตร โดยห้องจัดแสดงวัตถุโบราณเก่าแก่สมัยต่างๆอายุหลายร้อยปี เจ้าหน้าที่ต้องขนย้ายวัตถุโบราณไว้บนอาคารชั้น 2 นอกจากนี้ยังมีพระพุทธรูปศิลา และใบเสมาสมัยทวาราวดี อายุกว่า 100 ปี ที่ไม่สามารถขนย้ายได้ก็ต้องปล่อยจมน้ำ และต้องปิดให้บริการเป็นการชั่วคราว

 สุโขทัย

วันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2554 เทศบาลเมืองสวรรคโลกย่านเศรษฐกิจน้ำท่วมพื้นที่ อาคารร้านค้าหลายแห่งปิดทำการน้ำท่วมสูง อำเภอศรีสัชนาลัย สวรรคโลก ศรีสำโรง ต่อเนื่องถึงอำเภอเมืองและอำเภอกงไกรลาศ โดยได้รับผลกระทบสาหัสมากที่สุดที่อำเภอสวรรคโลก ถนนสายหลักคือถนนสายจรดวิถีถ่อง ทางหลวงหมายเลขที่ 101 ต้องปิดการสัญจรช่วงเข้าเขตเทศบาลเมืองสวรรคโลก เนื่องจากมีระดับน้ำท่วมขังถึง 50 เซนติเมตร รถเล็กผ่านได้ลำบากด้านโรงพยาบาลสวรรคโลก ถูกน้ำท่วมสูงคนไข้ใหม่ไม่สามารถเข้าไปรับบริการได้สถานที่ราชการ ที่ทำการอำเภอ โรงพักทุกจุดได้รับผลกระทบ โรงเรียนทุกโรงเรียนในพื้นที่ต้องสั่งหยุดการเรียนการสอน พื้นที่หลายหมู่บ้านของตำบลย่านยาว คลองกระจง และท่าทอง กำลังถูกแม่น้ำยมที่เอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่อย่างหนัก

 สุพรรณบุรี

สถานการณ์น้ำที่ตลาดเก้าห้อง 100 ปี อำเภอบางปลาม้า น้ำจากแม่น้ำท่าจีนได้เอ่อล้นแนวเขื่อนจนทำให้กระสอบทรายพังทลายน้ำได้ทะลัก เข้าท่วมเขตเศรษฐกิจของตลาดเก้าห้อง 100 ปี กว่า 300 ห้องถูกน้ำท่วม เจ้าหน้าที่เทศบาลร่วมกับกำลังทหารจากกองพลทหารราบที่ 9 ค่ายสุรสีห์ จังหวัดกาญจนบุรี กว่า 120 นาย เร่งหาทางกู้วิกฤติน้ำท่วม ได้ช่วยกันนำกระสอบทรายทำแนวเขื่อนกั้นน้ำ เพื่อจะสูบระบายน้ำออก

ขณะที่ช่วงสายวันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2554 ระดับน้ำแม่น้ำท่าจีนได้เพิ่มสูงขึ้น ทำให้พื้นที่ตลาดเก้าห้อง 100 ปี น้ำเอ่อล้นไหลข้ามถนน ช่วงสายตลาดเก้าห้อง-ตลาดคอวัง อำเภอบางปลาม้า หลายจุด ขณะนี้น้ำมีระดับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง น้ำเอ่อล้นท่วมบ้านเรือนประชาชนเป็นวงกว้างมากขึ้น ชาวบ้านหลายรายขนย้ายข้าวของรถยนต์กันไม่ทัน ชาวบ้านต้องใช้เรือแทนรถสัญจรไปมา ขณะที่คนป่วยก็ต้องใช้เรือเดินทางมารักษาที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบางปลาม้า ทำให้การเดินทางเป็นไปด้วยความลำบาก



ภาพ Wikipedia, the free encyclopedia
http://en.wikipedia.org/wiki/2011_Thailand_floodsThe 2-metre-high inundation has affected the Rangsit campus of Thammasat University in Pathum Thani, just north of Bangkok
น้ำท่วม 2 เมตรสูงได้รับผลกระทบที่วิทยาเขตรังสิตของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในปทุมธานี, ทางตอนเหนือของกรุงเทพฯ 

ปทุมธานี

ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานีได้ประกาศภัยพิบัติ 2 อำเภอ รวมทั้งหมด 64 หมู่บ้านน้ำท่วมเข้าบริเวณตลาดบางเตย ตำบลบางเตย อำเภอสามโคก และเข้าท่วมสถานีตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ระดับน้ำท่วมสูงประมาณ 10-20 ซม. บรรดาพ่อค้าแม่ค้าในตลาดขนย้ายข้าวของขึ้นที่สูงหนีน้ำท่วม เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2554 พันตำรวจโทประเสริฐ พิมเสน สารวัตรเวรสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองปทุมธานี ได้รับแจ้งเหตุรถชนกันบนสะพานปทุมธานี 2 จำนวน 7 คัน มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต 1 รายจึงไปที่เกิดเหตุบนสะพานปทุมธานี 2 ตำบลบางขะแยง อำเภอเมืองปทุมธานี โดยมีฝนโปรยลงทำให้ถนนลื่นโดยจุดเริ่มต้นจากรถกระบะบิกเอ็มสีแดงได้เฉี่ยวรถจักรยนตร์จนล้ม ทำให้รถที่ตามมาหักหลบจนไปชนข้างทางและชนตามกันเป็นทอด ๆ

นครสวรรค์

น้ำท่วมนาข้าวในตำบลบางพระหลวง หมู่ 2 อำเภอเมืองนครสวรรค์ น้ำในคลองบางพระหลวง คลองสาขาของแม่น้ำน่าน เอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนพื้นที่หมู่ 2 ตำบลบางพระหลวง อำเภอเมือง ชาวบ้านต้องทำการอพยพย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงที่อำเภอชุมแสงพื้นที่การเกษตรถูกน้ำท่วมนับหมื่นไร่ ชาวนาได้รับความเดือดร้อนหนัก ถนนหลายสายเริ่มขาด ประชาชนเริ่มขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค และการเจ็บป่วยด้วยโรคที่มากับน้ำ พื้นที่เลี้ยงสัตว์ถูกน้ำท่วมทั้งหมดโดเฉพาะที่ ตำบลบางเคียน อำเภอชุมแสง ที่มีเกษตรกรเลี้ยงวัวเนื้อนับพันตัวต้องต้อนวัวมาเลี้ยงข้างถนน ฝูงวัวไม่มีหญ้ากินเพราะน้ำท่วมหมด บางรายต้องต้อนฝูงวัวไปเลี้ยงยังหมู่บ้านอื่นระยะทางหลายสิบกิโลเมตร

เกิดเหตุเรือทหารค่ายจิระประวัติ ล่มขณะเข้าช่วยเหลือชาวบ้านที่ประสบภัยน้ำท่วม เป็นเหตุให้ทหารที่เป็นคนขับเรือเสียชีวิต 1 นาย เรือท้องแบนของทหารค่ายจิระประวัติล่มที่บริเวณต้นแม่น้ำเจ้าพระยา ระหว่างเข้าช่วยเหลือชาวบ้านที่ประสบภัยน้ำท่วม เป็นเหตุให้ทหารจมน้ำเสียชีวิตไป 1 นาย คือ จ่าสิบเอกวสันต์ ธันนิธิ เป็นกัปตันเรือ

เมื่อเวลา 1.00 น. ของวันที่ 6 ตุลาคม น้ำในแม่น้ำปิงเกิดทะลักแนวขั้นเขื่อนดินที่กั้นไว้ตลอดแนวแม่น้ำ บริเวณหมู่ 10 ตำบลวัดไทร อำเภอเมืองนครสวรรค์ ทำให้ชุมชนกว่า 60 หลังคาเรือนถูกน้ำท่วม ชาวบ้านต้องตื่นขึ้นมากลางดึกเพื่อเก็บทรัพย์สินและหนีเอาตัวรอด นอกจากนี้ ยังขยายวงกว้างไปสมทบกับน้ำที่ทะลักเข้าท่วมก่อนหน้านี้ และไหลเข้าท่วมพื้นที่หมู่บ้านจัดสรรหลายพันยูนิต จนผู้นำหมู่บ้านต้องจุดพลุแจ้งเตือนและประกาศเสียงตามสายเร่งขนย้ายทรัพย์สินจนโกลาหลทั้งคืน โดยระดับน้ำตามหมู่บ้านต่าง ๆ สูงกว่า 40-50 เซนติเมตรแล้ว

ชัยนาท

วันที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2554 เขื่อนเจ้าพระยาได้ระบายน้ำเพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน ส่งผลให้พื้นที่ท้ายเขื่อนของอำเภอสรรพยา มีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอีก ชาวบ้านกว่า 50 ครัวเรือนต้องทำเพิงพักริมถนน เพื่อเป็นที่หลับนอน และขนข้าวของเก็บไว้ไม่ให้เสียหายจากน้ำท่วม ส่วนทหารเร่งนำเอากระสอบทรายไปกั้นเป็นแนวบริเวณคลองชลประทานบางสารวัตร เพื่อไม่ให้น้ำท่วมขยายวงกว้างมากขึ้น

เพชรบูรณ์

วันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2554 น้ำท่วมที่อำเภอหล่มสักส่งผลให้โรงเรียนสิริน คริสเตียนสั่งปิดการเรียนการสอนอย่างไม่มีกำหนด ขณะที่บ้านเรือนถูกน้ำท่วมกว่า 500 หลังคาเรือน การจราจรเป็นไปด้วยความยากลำบาก น้ำท่วมสูง 60 เซนติเมตรและส่งผลให้พืชผลทางการเกษตรเสียหายกว่าหนึ่งหมื่นไร่ วันที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2554 น้ำป่าจากเขาวังทองไหลท่วมหลายหมู่บ้านในเขตอำเภอเมืองเพชรบูรณ์ น้ำป่าไหลท่วมหลายหมู่บ้านรอบนอกเขตอำเภอเมือง ขณะที่ถนนหลายสายมีน้ำท่วมสูงกว่า 60 เซนติเมตร รถสัญจรผ่านไม่ได้ต่อมาวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2554 น้ำป่าสักขยายวงกว้างในพื้นที่อำเภอหนองไผ่ ระดับน้ำจากแม่น้ำป่าสัก ซึ่งไหลเข้าท่วมพื้นที่ 10 ตำบล ในเขตอำเภอหนองไผ่ ได้ขยายวงกว้าง ถนนหลายสายถูกน้ำท่วมเป็นระยะทางยาวกว่า 3 กิโลเมตร 



Satellite photographs showing flooding in Ayutthaya and Pathum Thani Provinces in October (right), compared to before the flooding in July (left
ภาพถ่ายดาวเทียมแสดงให้เห็นน้ำท่วมในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและจังหวัดปทุมธานีในเดือนตุลาคม (ขวา) เมื่อเทียบกับก่อนที่จะเกิดน้ำท่วมในเดือนกรกฎาคม (ซ้าย


พระนครศรีอยุธยา 

ที่อำเภอเสนา อำเภอบางบาลและอำเภอผักไห่ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาได้เพิ่มสูงขึ้นจนล้นตลิ่ง ส่งผลให้พืชผลทางการเกษตรของชาวบ้านในทั้งสองอำเภอเสียหายอย่างหนัก ไม่สามารถขายหรือส่งออกได้ทั้งยังเน่าเหม็นส่งกลิ่นคละคลุ้งในเวลากลางคืน ประชาชนหวั่นเกรงปัญหาโรคระบาดในพื้นที่


มีรายงานเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม ว่า น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาไหลเข้าท่วมบ้านเรือนติดกับด้านหลัง
วัดไชยวัฒนาราม ตำบลบ้านป้อม โบราณสถานสำคัญ ระดับน้ำสูง 2 เมตร เมื่อเวลา 14.30 น. วันเดียวกัน สุกุมล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม และคณะ ลงพื้นที่ตรวจสถานการณ์น้ำท่วมโบราณสถานในจังหวัด โดยจากการตรวจสอบพบว่า โบราณสถานในเขตเกาะเมืองได้รับความเสียหายเกือบทั้งหมดแล้ว ด้านโสมสุดา ลียะวณิช อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า ทางกรมจะให้วิศวกร สถาปนิกและนักโบราณคดีตรวจสอบโครงสร้างโบราณสถาน คาดใช้งบประมาณการบูรณะกว่า 200 ล้านบาท

มีรายงานเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม ว่า สถานการณ์อุทกภัยในจังหวัด น้ำได้ไหลเข้าท่วมพื้นที่ 16 อำเภอ โดยบางอำเภอน้ำท่วมจนไม่สามารถสัญจรได้ ในคืนวันที่ 5 ตุลาคม คันกั้นน้ำของนิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร ตำบลบางพระครู อำเภอนครหลวง พังลง ส่งผลให้น้ำเข้าท่วมโรงงานในนิคมกว่า 46 แห่ง ถนนโรจนะซึ่งเป็นถนนสายหลักเข้า-ออกตัวเมืองพระนครศรีอยุธยา น้ำท่วมสูงกว่า 80 เซนติเมตร น้ำยังไหลเข้าท่วมชุมชนเจ้าพ่อจุ้ย บ้านเรือนถูกน้ำท่วมกว่า 1,000 หลังคาเรือน ด้านวิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ประเมินความเสียหายเบื้องต้นไม่ต่ำกว่า 1 แสนล้านบาท ด้านพากร วังศิราบัตร ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ความสูญเสียภาพรวมภาคอุตสาหกรรมอาจสูงถึงวันละ 1,000 ล้านบาท

 อ่างทอง

ที่อำเภอป่าโมก ซึ่งเป็นพื้นที่ท้องกระทะราบต่ำ เกิดภาวะน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา โดยเฉพาะชาวบ้านตำบลโผงเผง ได้รับผลกระทบ โดยน้ำได้ล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนจำนวน 2 หมู่บ้าน คือ หมู่ที่ 3 และหมู่ที่ 6 จำนวน 10 หลังคาเรือนบางจุดน้ำท่วมสูงเกือบ 1 เมตร ทำให้ชาวบ้านต้องเร่งสร้างสะพานชั่วคราว เพื่อเข้าออกภายในบ้าน

อุทัยธานี

น้ำเอ่อล้นเข้าท่วมในพื้นที่ รวมทั้งสิ้น 5 อำเภอ 37 ตำบล 291 หมู่บ้าน 17,156 ครัวเรือน 55,608 คน พื้นที่การเกษตรที่คาดว่าจะได้รับความเสียหาย 46,865 ไร่ บ่อปลา 335 บ่อ ถนนเสียหาย 217 สาย ฝาย 1 แห่ง เหมือง 8 แห่ง วัด 23 แห่ง โรงเรียน 10 แห่ง สถานที่ราชการ 30 แห่ง มีผู้เสียชีวิต 5 ราย (อำเภอเมือง) 
 

ภาคใต้

จังหวัดที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วม ได้แก่

พังงา

วันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2554 สมเกียรติ อินทรคำ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพังงา เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์น้ำป่าเข้าท่วมในพื้นที่จังหวัดพังงา มี 7 อำเภอ ราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากน้ำป่าไหลหลากในอำเภอตะกั่วป่า จำนวน 4,800 คน 1,000 ครัวเรือน ใน 8 ตำบล 58 หมู่บ้าน และมีผู้เสียชีวิตจำนวน 2 คน อำเภอคุระบุรีมีราษฏรได้รับผลกระทบจำนวน 6,012 คน 1,580 ครัวเรือน ใน 4 ตำบล 33หมู่บ้านและมีสะพาน 3 แห่งถูกตัดขาด อำเภอกะปง ราษฎรในพื้นที่ 4 ตำบล 20 หมู่บ้านและถนน 3 สาย ระหว่างเทศบาลตำบลท่านา-บ้านลำรู่ ถูกตัดขาด อำเภอตะกั่วทุ่ง ราษฎร 2,500 คน 480 ครัวเรือน พื้นที่ 6 ตำบล 22 หมู่บ้านและถนน 30 สายถูกน้ำท่วมเสียหาย อำเภอทับปุด ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 6 ตำบล 22 หมู่บ้าน ถนนถูกน้ำท่วมเสียหาย 12 สาย และสะพาน 2 แห่ง และอำเภอเมืองพังงา มีราษฎร จำนวน 200คน 30 ครัวเรือน ในพื้นที่ 7 ตำบล 38 หมู่บ้าน น้ำท่วมถนนได้รับความเสียหาย 30 สาย สถานการณ์โดยร่วมทั้งจังหวัดพังงา มี 36 ตำบล 220 หมู่บ้าน 4,070 ครัวเรือน ราษฎร 18,712 คน ได้รับความเดือดร้อน

ระนอง 

 

ที่จังหวัดระนอง เกิดฝนตกหนักในพื้นที่อำเภอสุขสำราญ ตั้งแต่คืนวันที่ 24 สิงหาคม ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนของประชาชน และโรงเรียนดำรงค์ศาสน์ ที่อยู่ริมคลองกำพวน พื้นที่หมู่ที่ 2, 3 และหมู่ที่ 5 รวมทั้งตลาดกำพวน และวัดสถิตย์ธรรมมาราม ต่อมานายอิศมาแอล หาญจิตร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลกำพวน ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยเบื้องต้นแล้ว

ชาสันต์ คงเรือง หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระนอง เปิดเผยว่า หลายอำเภอในจังหวัดระนองเกิดฝนตกหนักต่อเนื่อง ทำให้หลายพื้นที่มีน้ำป่าไหลหลาก ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ซึ่งได้.ให้เจ้าหน้าที่ได้แจ้งเตือนผูเสี่ยงภัยให้เตรียมความพร้อมเพื่ออพยพไปอยู่ที่ปลอดภัยแล้ว

วันที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2554 น้ำท่วมสตูลขยายวงกว้าง 4 อำเภอ ชาวบ้านเดือดร้อนกว่า 2 พันครัวเรือน ต.ควนโดนหนักสุดบางหลังท่วมถึงหลังคาบ้าน ทหารและอบต.เร่งให้ความช่วยเหลือ สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดสตูลต่อมาได้ขยายวงกว้างแล้วเป็น 4 อำเภอ คือ อำเภอควนกาหลง ควนโดน ท่าแพและละงู โดยอำเภอควนโดนน้ำได้เข้าท่วมพื้นที่หมู่ 1, 2, 4, 5, 7 และ 9 โดยเฉพาะหมู่ 7 บ้านบูเก็ตยามู ระดับน้ำสูงเกือบ 2 เมตร บางจุดท่วมถึงหลังคาบ้าน ได้รับความเดือดร้อนกว่า 100 ครัวเรือน ทางทหารกองร้อย 5 พัน 2 และอส.ควนโดนได้นำเต้นท์ไปกางข้างถนนเพื่อให้ชาวบ้านได้ใช้อาศัยชั่วคราวขณะที่น้ำยังไหลทะลักเข้ามามากขึ้นเรื่อย ๆ ส่วนที่อำเภอท่าแพ น้ำได้ท่วมพื้นที่ตำบลท่าแพ หมู่ 2, 3, 4, 5, 6 และ 9 ชาวบ้านกว่า 700 ครัวเรือนได้รับความเดือนร้อน

 สงขลา

วันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 นายธนน เวชกรกานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม จ.นราธิวาส ได้ประกาศให้เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินเพิ่มเป็น 8 อำเภอ 42 ตำบล 276 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 22,078 ครัวเรือน 49,383 คน อพยพ 459 คน ประกอบด้วย อ.ควนเนียง สิงหนคร สะบ้าย้อย รัตภูมิ จะนะ ระโนด สทิงพระ และอ.เมืองและมีผู้เสียชีวิตที่ อ.จะแนะ 1 ราย
ขณะที่ความเสียหายด้านทรัพย์สิน มีบ้านเรือนเสียหายบางส่วน 141 หลัง ปศุสัตว์ 226 ตัว สัตว์ปีก12,662 ตัว พื้นที่การเกษตร 13,219 ไร่ บ่อปลา บ่อกุ้งและตะพาบ 23 บ่อ และถนนเสียหาย 173 สาย สะพาน คอสะพาน 8 แห่ง ฝาย1 แห่งและโรงเรียน 4 แห่ง

กระบี่

สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกระบี่ออกประกาศเตือนให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนัก อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่มได้ ตลอดจนคลื่นลมในทะเลมีกำลังแรงขึ้นโดยความสูงของคลื่นประมาณ 2-4 เมตร เรือเล็กงดออกจากฝั่ง หลังฝนตกอย่างหนักในวันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
ทำให้ปริมาณน้ำในคลองกระบี่ใหญ่ ซึ่งเป็นคลองที่รับน้ำจากน้ำตกห้วยโต้ อุทยานแห่งชาติเขาพนมเบญจา ตำบลทับปริก อำเภอเมืองกระบี่ เพิ่มปริมาณอย่างรวดเร็ว น้ำเป็นสีโคลน พัดเอากิ่งไม้ ต้นไม้มาเป็นจำนวนมาก เรือประมงขนาดกลาง และขนาดใหญ่กว่า 100 ลำยังคงจอดเทียบท่าเรือและทำการงดเดินเรือ ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในจังหวัดกระบี่

ตรัง

วันที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2554 ได้เกิดน้ำท่วมในอำเภอปะเหลียน และอำเภอย่านตาขาว หลังฝนตกหนักติดต่อกันนาน 2-3 วันแล้ว ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน 337 ครัวเรือน วันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ.2554 สถานการณ์น้ำท่วมที่ จ.ตรัง ปริมาณน้ำยังท่วมสูงขึ้นในหลายหมู่บ้าน เนื่องจากฝนตกลงมาเป็นระยะ เช่น หมู่ 7 ต.นาโยงใต้ ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น 20 เซนติเมตร ทำให้พื้นที่น้ำท่วมขยายวงกว้าง ชาวบ้านเดือดร้อนนับร้อยหลังคาเรือน บางจุดระดับน้ำสูงถึง 2 เมตร จนต้องอพยพไปอาศัยเต็นท์ริมถนนแทน ส่วนพื้นที่การเกษตร ต.นาโยงใต้ และนาบินหลา ก็ถูกน้ำท่วมไปแล้วกว่า 500 ไร่ และคาดว่าน้ำจะล้นพนังกั้นแม่น้ำตรังเข้าท่วมบ้านเรือนในช่วงเที่ยงวันนี้ ส่วนโรงเรียนวัดโคกพิกุล ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น 5 เซนติเมตร อาจต้องปิดการเรียนการสอนไปจนถึงสัปดาห์หน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตรัง สรุปสถานการณ์น้ำท่วมหลังจากที่เกิดฝนตกลงมาอย่างหนักติดต่อกัน นับตั้งแต่วันที่ 21 พ.ย.เป็นต้นมา รวมระยะเวลาถึง 5 วันแล้ว ว่า มีรายงานน้ำท่วมขังในพื้นที่ตำบลลำภูรา อำเภอห้วยยอด ได้แก่ หมู่ที่ 4 บ้านยางขาคีม จำนวน 75 ครัวเรือน หมู่ที่ 9 บ้านนาหนองตรุด จำนวน 4 ครัวเรือน และหมู่ที่ 10 บ้านหนองชุมแสง จำนวน 50 ครัวเรือน ระดับน้ำโดยเฉลี่ยสูงประมาณ 20-70 เซนติเมตร ส่วนใหญ่เป็นบ้านเรือนที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ราบลุ่มติดกับคลองลำภูรา ซึ่งเชื่อมต่อกับแม่น้ำตรัง
สรุปสถานการณ์น้ำท่วมขังในจังหวัดตรังล่าสุด พบว่า มีพื้นที่ได้รับผลกระทบแล้ว 7 หมู่บ้าน 3 ตำบล 2 อำเภอ คือ อำเภอห้วยยอด จำนวน 129 ครัวเรือน และอำเภอเมืองตรัง จำนวน 55 ครัวเรือน รวมชาวบ้านที่ประสบภัยทั้งหมด จำนวน 184 ครัวเรือน ส่วนพืชผลทางการเกษตรที่ได้รับความเสียหายส่วนใหญ่เป็นนาข้าว รองลงมา คือ สวนยางพารา และสวนปาล์มน้ำมัน

 ปัตตานี

วันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ.2554 น้ำท่วมใน 12 อำเภอของ จังหวัดปัตตานี ประกอบด้วย อำเภอโคกโพธิ์ แม่ลาน หนองจิก กะพ้อ มายอ เมือง ยะรัง ทุ่งยางแดง สายบุรี ไม้แก่น ปะนาเระ และ ยะหริ่ง รวม 219 หมู่บ้าน 59 ตำบล ประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 3,000 ครัวเรือน จังหวัดปัตตานีได้ประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติ 1 อำเภอคือ อำเภอเมือง และหลายพื้นที่ต้องอพยบหนีน้ำขึ้นไปอาศัยในเต็นท์บนถนนที่ทางหน่วยราชการจัดไว้ให้ ทั้งนี้ระดับน้ำได้ท่วมสูงเกือบ 2 เมตร เพราะเป็นพื้นที่ราบลุ่ม ทำให้หลายโรงเรียนต้องปิดการเรียนการสอนโดยปริยาย ขณะนี้ มีประมาณ 5 โรง ที่อยู่ในเขตพื้นที่ 3 ตำบล ได้แก่ ปะกาฮารัง บาราเฮาะ และ ตะลุโบ๊ะ ของอำเภอเมืองปัตตานี ต้องปิดการเรียนการสอนอย่างไม่มีกำหนด และถ้าน้ำเหนือจากจังหวัดยะลายังไหลผ่านมาสมทบกับปริมาณน้ำที่มีอยู่เดิม จะทำให้ปริมาณน้ำสูงขึ้นกว่านี้ อาจจะต้องปิดโรงเรียนเพิ่มอีก

 ยะลา

วันที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ.2554 ในพื้นที่ จ.ยะลา ฝนตกหนักติดต่อกันทำให้น้ำเอ่อล้นในหลายพื้นที่ เช่น ต.ลำใหม่ ต.สะเตงนอก ต.พร่อน ต.บันนังสาเรง อ.เมือง จ.ยะลา และที่ ต.อาซ่อง ต.ท่าธง ต.เกะรอ อ.รามัน จ.ยะลา ซึ่งทำให้ราษฎรได้รับความเดือดร้อนกว่า 200 ครัวเรือน และมีผู้เสียชีวิตจากการถูกน้ำพัดแล้วจำนวน 2 ราย รายแรกเป็นชายวัย 40 ปี ซึ่งเป็นราษฎรอยู่ในพื้นที่หมู่ที่ 7 ต.ลำพะยา อ.เมือง จ.ยะลา และรายที่ 2 เป็นนักเรียนวัย 15 ปี
วันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ.2554 นายแวโรจน์ สายทองแท้ หัวหน้างานปกป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดยะลา กล่าวว่า ระยะนี้ เกิดฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะ ภาคใต้ฝั่งตะวันออก ทำให้น้ำในแม่น้ำปัตตานีและสายบุรี เอ่อล้นท่วมบ้านเรือนราษฎรที่อยู่ริมชายฝั่งและเกิดน้ำท่วมในพื้นที่ราบลุ่ม ภายในเขตเทศบาลนครยะลา และในพื้นที่ หมู่ 3 ต.สะเตงนอก อ.เมือง จ.ยะลา และมีประชาชนได้รับความเดือดร้อนแล้ว เพิ่มเป็น 1,000 ครัวเรือน

 นราธิวาส

วันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ.2554 นายธนน เวชกรกานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม จังหวัดนราธิวาส ได้ประกาศให้พื้นที่ทั้ง 13 อำเภอ ของจังหวัดนราธิวาส เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติ โดยในวันนี้ได้ประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติเพิ่มในอีก 5 อำเภอ คือ อ.เมือง อ.สุคิริน อ.รือเสาะ อ.ศรีสาคร และ อ. สุไหงปาดี ทั้งนี้เนื่องจากพื้นที่ทั้ง 13 อำเภอมีประชาชนได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมขังอย่างต่อเนื่อง สร้างความเสียหายต่อบ้านเรือนและพื้นที่ทางการเกษตร อย่างไรก็ตาม ศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม จังหวัดนราธิวาส รายงานสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสทั้งหมด 13 อำเภอ ว่ามีพื้นที่เดือดร้อน 63 ตำบล 221 หมู่บ้าน มีผู้ประสบภัย 48,583 คน รวม 13,473 ครัวเรือน เจ้าหน้าที่ได้อพยพชาวบ้าน 82 ครัวเรือน 388 คน แยกเป็นพื้นที่ อ.ระแงะ 36 ครัวเรือน 144 คน อ.สุไหงโก-ลก 41 ครัวเรือน 224 คน และ อ.แว้ง 5 ครัวเรือน 20 คน พื้นที่ทางการเกษตรเสียหาย 12,080 ไร่ เป็นพื้นที่เขต อ.เมือง 783 ไร่ และ อ.สุไหงปาดี 4,000 ไร่ อ.สุคิริน 52 ไร่ อ.ตากใบ 7,245 ไร่ บ่อปลา 26 บ่อ ในเขตอำเภอเมือง สัตว์ปีก 309 ตัว บ้านเสียหาย 30 หลังในพื้นที่ อ.จะแนะ 1 หลัง และ อ.ตากใบ 29 หลัง ถนนเสียหาย 56 สาย คอสะพาน 14 แห่ง และโรงเรียน 26 แห่ง เป็นโรงเรียนในพื้นที่ อ.ระแงะ 18 แห่ง อ.ตากใบ 4 แห่ง และ อ.สุไหงโก-ลก 4 แห่ง ท่อระบายน้ำ 2 แห่ง นอกจากนี้ ในพื้นที่ อ.จะแนะ ยังมีผู้เสียชีวิตเนื่องจากมีโรคประจำตัวและยืนแช่น้ำเป็นเวลานานอีก 1 ราย

 พัทลุง

วันที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 จังหวัดพัทลุงยังมีฝนตกหนักทั่วทั้งจังหวัด ทำให้น้ำป่าจากเทือกเขาบรรทัดไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะที่อำเภอกงหรา ตะโหมด ศรีนครินทร์ ศรีบรรพต ป่าบอน และ ป่าพะยอม ระดับน้ำสูง 0.80-1.0 เมตร ถนนหลายสายรถเล็กไม่สามารถผ่านไปมาได้ โดยเฉพาะถนนระหว่างหมู่บ้านพื้นที่ตำบลตะโหมด,.แม่ขรี ,ชะรัด ,นาท่อม ,พญาขันต์ ,ปรางหมู่ ,ชัยบุรี ,โคกชะงาย ,เขาเจียก ,นาโหนด และถนนสายเข้าอำเภอศรีบรรพต มีน้ำท่วมสูงเป็นทางยาว รถทุกชนิดไม่สามารถผ่านได้ ต้องใช้เรือเท่านั้นขณะที่พื้นที่โซนล่างริมทะเลสาบสงขลาในอำเภอเขาชัยสน ,บางแก้ว, ปากพะยูน และ อ.ควนขนุน ซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำเหนือจากเทือกเขาบรรทัด หลายหมู่บ้านมีน้ำท่วมสูงชาวบ้านต้องใช้เรือเข้าออกหมู่บ้าน วันเดียวกันเวลา 13.00 น. นายธนกร ตะบันพฤกษ์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพัทลุง ได้สรุปรายงานสภาพน้ำท่วมในจังหวัดพัทลุง พบว่าทุกพื้นที่ยังมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องและมีน้ำท่วมเป็นวงกว้างครอบคลุมในทุกอำเภอของจังหวัดพัทลุง ทางจังหวัดจึงได้ประกาศให้จำนวน 11 อำเภอของจังหวัดพัทลุงเป็นเขตภัยพิบัติฉุกเฉินแล้ว  วันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 น้ำได้เข้าท่วม ถนนเอเซียขาขึ้น พัทลุง-หาดใหญ่ โดยน้ำท่วมถนนระยะทางยางประมาณ 700 เมตร และมีชาวบ้านจมน้ำเสียชีวิต 1 คนในขณะที่ตำบลฝาละมีอำเภอปากพะยูนถูกระบุว่าเป็นพื้นที่ประสบอุทกภัยบริเวณกว้างและร้ายแรง  วันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 นายกันภัย พลพงษ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลฝาละมี กล่าวว่า พื้นที่ตำบลฝาละมี มี11 หมู่บ้าน 3,170 ครัวเรือน ประชากร 10,5851 คน และในวันที่ 21-24 พ.ย. มีฝนตกหนักน้ำได้ไหลเข้าท่วมในพื้นที่ ม. 3 ,4 ,6 ,7 และ 8 โดยเฉพาะบ้านแหลมไก่ผู้ บ้านบางมวง ได้รับผลกระทบมากที่สุด จำนวน 400 ครัวเรือน และถึงขณะนี้น้ำยังท่วมขังทุกพื้นทั้งตำบล เนื่องจากตำบลฝาละมีเป็นพื้นที่รองรับน้ำจากเทือกเขาบรรทัด ยังมีน้ำทะเลหนุน และจะท่วมอีกประมาณ 3-5 วันหากไม่มีฝนตกลงมาเติมอีกสำหรับสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ขณะนี้ทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยจังหวัดพัทลุงได้รับรายงานมีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์น้ำท่วม 2 ราย

 สุราษฎร์ธานี

สรุปความเสียหายจากอุทกภัย 27 ล้านบาท นายธีระยุทธ เอี่ยมตระกูล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ฝนตกหนักน้ำป่าไหลหลากและคลื่นลมแรง ตั้งแต่วันที่ 20-26 พฤศจิกายน 2554 โดยมีพื้นที่ประสบความเสียหายทั้งสิ้น 6 อำเภอ ประกอบด้วยอำเภอท่าชนะ ไชยา ท่าฉาง วิภาวดี คีรีรัฐนิคม และอำเภอกาญจนดิษฐ์ โดยทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.สุราษฎร์ธานี ได้สรุปความเสียหายล่าสุด มีชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน 26 ตำบล 143 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 18,979 ครัวเรือน 56,168 คน บ้านพังเสียหายทั้งหลัง 3 หลัง เสียหายบางส่วน 14 หลัง พื้นที่การเกษตรเสียหาย 259 ไร่ ถนนชำรุด 35 สาย คอสะพาน 14 แห่ง ท่อระบายน้ำ 60 แห่ง วัดเสียหาย 3 แห่ง บ่อปลา 5 บ่อ มูลค่าความเสียหายในเบื้องต้น 27 ล้านบาท

เกาะสมุย

วันที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ.2554 ผู้ประกอบการบริเวณชายหาดเฉวง ได้ติดธงแดงห้ามนักท่องเที่ยวลงเล่นทะเล เนื่องจาก คลื่นลมแรงและได้เตือนห้ามเรือเล็กงดออกจากฝั่ง นายประเสริฐ จิตมุ่งนายอำเภอเกาะสมุยได้สั่งการให้ปลัดอำเภอร่วมกับศูนย์อนุรักษ์ จัดตั้งศูนย์เฝ้าระวังดูนักท่องเที่ยวบริเวณเกาะเฉวง และได้จัดตั้งศูนย์เตรียมการป้องกันอุทกภัย ณ ที่ว่าการอำเภอ เกาะสมุย  วันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ.2554 เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เกิดขึ้นลมแรงซัดเข้าหาฝั่ง ทำให้เรือเฟอร์รี่ จากอำเภอดอนสักไปเกาะสมุย และเรือท่องเที่ยวหมู่เกาะอ่างทอง ประกาศหยุดให้บริการ   วันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ.2554 ที่เกาะสมุยมีผู้เสียชีวิตหนึ่งรายเป็นชาวสวีเดน

  ภาคตะวันตก

จังหวัดที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมได้แก่

ตาก

น้ำป่าจากเทือกเขาแม่ระเมิง และดอยผาหม่น ได้ไหลทะลักลงลำห้วยแม่สลิด ต.แม่สอง อ.ท่าสองยาง จ.ตาก อย่างรุนแรง กระแสน้ำยังไหลบ่าเข้าท่วมโรงเรียนบ้านแม่อุสุ ต.แม่อุสุ อ.ท่าสองยาง ทางโรงเรียนต้องปิดการเรียนการสอน พื้นที่ทำการเกษตร นาข้าว ไร่สวน ได้รับความเสียหายเป็นพื้นที่วงกว้าง ผู้ว่าราชการจังหวัดตากยังสั่งการให้นายอำเภอทุกอำเภอ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยทุกระดับ ห้ามลา ห้ามหยุด ให้อยู่เตรียมพร้อมระดับสูงสุดของพายุนกเตน

 ประจวบคีรีขันธ์

วันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2554 ชาวบ้านป่าละอู ตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ และตำบลบึงนคร อำเภอหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ กว่า 1,500 คนซึ่งอยู่ในจุดบริเวณแม่น้ำปราณไหลผ่าน ในพื้นที่แถบภูเขาได้รับความเดือดร้อนหลังเกิดฝนตกหนักในเทือกเขาตะนาวศรีหลายวันติดต่อกัน ส่งผลเกิดน้ำป่าไหลทะลักจากต้นแม่น้ำเพชรบุรี จุดที่เฮลิคอปเตอร์ตกในป่าแก่งกระจาน น้ำป่าทะลักไหลลงแม่น้ำปราณบุรีกลางดึก ทำให้เส้นทางการคมนาคมถูกตัดขาด

เพชรบุรี

ในวันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2554 ที่บริเวณทางลอดใต้ถนนเพชรสี่แยกทางหลวง ตำบลบ้านหม้อ อำเภอเมืองเพชรบุรี ชุดป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 15 เข้าช่วยเจ้าหน้าที่จากสำนักงานบำรุงทางเพชรบุรี กรมทางหลวง ขนกระสอบไปกั้นน้ำและสูบน้ำที่ท่วมขังถนนทางลาดถนนเพชรเกษม เพื่อให้ยานพาหนสัญจรไปมาได้ หลังเกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี และน้ำท่วมบริเวณทางลอดถนนเพชรเกษม  สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดเพชรบุรีครอบคลุมพื้นที่ 8 อำเภอ และตำบลถ้ำรงค์ ได้ถูกน้ำท่วม 4 หมู่บ้าน 6 หมู่บ้าน มีประชาชนได้รับความเดือดร้อน 500 หลังคาเรือน รวม 1,500 คน บางแห่งมีระดับน้ำสูงถึง 3 เมตร ถนนทางเข้าหมู่บ้านหลายสายถูกน้ำท่วม ประชาชนไม่สามารถสัญจรไปมาด้วยรถยนต์ได้ ในวันที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2554 องค์การบริหารส่วนตำบลถ้ำรงค์ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ออกช่วยเหลือชาวบ้านที่ถูกน้ำท่วม ทางตำรวจตระเวนชายแดนได้นำเรือท้องแบนไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย

 ราชบุรี

ในวันที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2554 ฝนที่ตกต่อเนื่อง ทำให้ในหลายพื้นที่ในจังหวัดราชบุรีเกิดน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะที่อำเภอสวนผึ้ง เกิดน้ำป่าจากเทือกเขาตะนาวศรีไหลทะลักเข้าท่วมในพื้นที่ทำการเกษตรของชาวบ้าน และความแรงของน้ำป่านั้นได้พัดเอาตลิ่งริมลำธารหายไปจนเป็นวงกว้าง นอกจากนี้คอสะพานในหมู่บ้านห้วยคลุม หมู่ 6 ตำบลสวนผึ้ง ซึ่งเป็นเส้นทางสายหลักที่ใช้เดินทางเข้าไปยังหมู่บ้านห้วยคลุม ถูกน้ำป่าพัดจนคอสะพานขาดถึง 2 แห่ง ชาวบ้านไม่สามารถสัญจรไป-มา ได้ เส้นทางเข้าออกหมู่บ้านถ้ำหิน และศูนย์อพยพบ้านถ้ำหิน หมู่ 5 ตำบลสวนผึ้ง ถูกน้ำป่าซัดจนถนนพัง และน้ำไหลเชี่ยวรถผ่านไม่ได้ ชาวบ้านรวมทั้งผู้อพยพในศูนย์บ้านถ้ำหิน กว่า 1,000 ครอบครัว ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ขณะที่บางแห่งมีดินไหลลงมา

 

 

 

 

 

 

 

  

 

 



 


วัดมหาธาตุ จ. พระนครศรีอยุธยา เป็นวัดที่มีความสำคัญ มีเศียรพระห่อหุ้มด้วยรากโพธิ์จนโด่งดังไปทั่วโลกในขณะนี้ โดย.....คนเรียนไกด์     
blog comments powered by Disqus




สร้อยคอแฮนด์เมด(ทำมือ) จากขยะรีไซเคิล
สร้อยคอรีไซเคิล งานแฮนด์เมด (ทำมือ) 15 แบบ ไม่ซ้ำกัน สวยงาม ไอเดียดี ประหยัด ทำเองได้ใช้ใส่ออกงานได้จริง ที่สำคัญคือ ช่วยลดขยะโลก
อ่านทั้งหมด...












 




หมวดฮิต & คำฮอต >>

> อัญมณี ลูกปัดและเครื่องประดับ :ลูกปัด ลูกปัดโบราณ หินสี อัญมณี อัญมณีประจำวันเกิด อัญมณีประจำราศี
> สวนสวย จัดสวนสวย การจัดสวนเอง : จัดสวน สวนสวย จัดสวนหน้าบ้าน จัดสวนหย่อม ต้นไม้ บ้านและสวน
> ท่องเที่ยวทั่วไทย ท่องเที่ยวต่างประเทศ : ท่องเที่ยวไทย ท่องเที่ยวทั่วไทย ท่องเที่ยวต่างประเทศ
> พระเครื่องและวัตถุมงคล : พระเครื่อง พระเครื่องทั่วไทย พระเครื่องสายใต้ พระเครื่องมากมาย
> สุขภาพและความงาม : สุขภาพ สุขภาพจิต สุขภาพน่ารู้ บำรุงผิวหน้า สุขภาพดี หน้าใส ผิวขาว
> อาหาร เมนูอาหาร เมนูอาหารไทย : อาหารไทย อาหารเพื่อสุขภาพ เมนูอาหาร ไข่ ปลา ไก่
> ศิลปะ การออกแบบ : ศิลปะไทย ศิลปะตะวันตก ศิลปะร่วมสมัย ออกแบบเสื้อ ออกแบบโลโก้ ออกแบบสวน


> การศึกษา การฝึกอบรม : เรียนต่อต่างประเทศ เรียนภาษาอังกฤษ อังกฤษ จีน เกาหลี ญี่ปุ่น รับตรง สอบตรง โควตา ทุนเรียนต่อ เรียนต่อโท เรียนต่อปริญญาเอก เรียนต่ออเมริกา
> วัฒนธรรม บันเทิง ดารา : วัฒนธรรมไทย ญี่ปุ่น บันเทิงดารา เกาหลี ไทย บันเทิงเอเชีย ข่าวบันเทิง
> เพลงใหม่ หนังใหม่ : เพลงใหม่ เพลงใหม่ล่าสุด ฟังเพลงใหม่ ฟังเพลงใหม่ล่าสุด หนังใหม่
> ดูทีวีออนไลน์ ฟังวิทยุออนไลน์ : ดูทีวีออนไลน์ ดูทีวีย้อนหลัง วิทยุออนไลน์ ฟังวิทยุออนไลน์
>ดูดวง : ดวง ดูดวงความรัก ดูดวงเนื้อคู่ ดูดวงวันเกิด ดูดวงตามวันเดือนปีเกิด ดูดวงบ้านเลขที่ ดูดวงการงาน ดูดวงตามพรหมชาติ
> งานสร้างสรรค์ งานประดิษฐ์ ไอเดีย >ทำนายฝัน ทำนายความฝัน> งานราชการ > รับสมัครงาน
 








หน้าแรก | เกี่ยวกับเรา | บริการ | สินค้า | สมาชิก | เว็บบอร์ด | งานประดิษฐ์ สร้างสรรค์ไอเดีย | ความรู้ | ติดต่อโฆษณา
บทความ >อัญมณี ลูกปัดและเครื่องประดับ >สวนสวย จัดสวน การจัดสวนเอง >ท่องเที่ยวทั่วไทย ท่องเที่ยวต่างประเทศ >พระเครื่อง วัตถุมงคล พระเครื่องทั่วไทย
>สุขภาพและความงาม >อาหาร เมนูอาหาร เมนูอาหารไทย >ศิลปะ การออกแบบ >การศึกษา การฝึกอบรม >วัฒนธรรม บันเทิง ดารา

ดูดวง >ดูดวงรายเดือน >ดูดวงบ้านเลขที่ >ดูดวงตามพรหมชาติ >ดูดวงความรัก >ดูดวงเนื้อคู่ >ดูดวงวันเกิด >ดูดวงตามวันเดือนปีเกิด
ทำนายฝัน >ฝันเห็นคนและกิริยาอาการ >ฝันเห็นสัตว์ต่างๆ >ฝันเห็นสิ่งของและสถานที่ >ฝันเห็นสิ่งอื่นๆ
เว็บบอร์ด >ประกวดทั่วไทยทั่วโลก >ศึกษาต่อในประเทศและต่างประเทศ รับตรง โควตา ข่าวทุนการศึกษา >สมัครงาน รับสมัครงานราชการ
รับสมัครงานรัฐวิสาหกิจและงานเอกชน >งานฟรีแลนซ์ >ท่องเที่ยวทั่วไทย >ท่องเที่ยวต่างประเทศ >อาหารการกิน > ตากล้อง >จัดสวนสวย > รักษ์โลก
>ข่าวด่วน ฝากข่าว >รักสุขภาพ ความสวย ความงาม > พระเครื่อง ของสะสม >ไอเดียสร้างสรรค์และโชว์ฝีมือ >เครื่องประดับ ลูกปัด หินสี และอัญมณี >ศิลปะออกแบบ
>วัฒนธรรมบันเทิงดารา ข่าวบันเทิง >เพลงใหม่ หนังใหม่ >ดูทีวีออนไลน์ฟัง วิทยุออนไลน์

E-mail : rayabeading@yahoo.com , rayabeading@hotmail.com Tel: 089-6461093   Copyright©2010-2011 Rayabeading.com. All rights reserved.