เว็บบอร์ด >อัญมณี >จัดสวน >ท่องเที่ยว >เมนูอาหาร >ทุนศึกษาต่อ >รับตรง >พระเครื่อง >ศิลปะการออกแบบ >สุขภาพ >บันเทิงดารา >สมัครงาน >งานราชการ >ข่าวด่วน >ฝากข่าวฟรี
 หน้าแรก | สินค้า | งานประดิษฐ์ | ลูกปัดอัญมณี | จัดสวน | เมนูอาหาร | ท่องเที่ยว | พระเครื่อง | ดูดวง | ทำนายฝัน | เพลงใหม่ | ดูทีวีออนไลน์ | ฟังวิทยุออนไลน์ | ติดต่อโฆษณา





 
free counters

facebook rayabeading
twitter rayabeading

    Articles
"ท่องเที่ยวเมืองสังขละ พบปะเมืองเก่า บอกเล่าเรื่อง สะพานมอญ "
วันศุกร์ ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ.2558 เวลา : น.

 

ท่องเที่ยวเมืองสังขละ พบปะเมืองเก่า บอกเล่าเรื่อง สะพานมอญ


โดย...คนเรียนไกด์
 

 

หากจะพูดถึงสะพานข้ามแม่น้ำ ข้ามคลอง ข้ามถนน หรืออะไรก็ตามแต่ที่เราต้องการข้ามไปอีกฝั่ง เราก็จะทำสะพานด้วยวัสดุที่เราจะหาได้ง่าย แข็งแรง  หากเป็นสมัยนี้ก็จะเห็นว่าสะพานทั้งหลายที่มีอยู่ทั่วๆ ไปนั้นเป็นสะพานที่ทำด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กกันทั้งสิ้น

เหตุผลน่าจะเป็นเรื่องความแข็งแรงเป็นหลัก อีกทั้งเป็นวัสดุที่เชื่อว่าน่าจะมีอายุที่ยาวนาน และรับภาระได้เยอะด้วยน่ะครับ สร้างง่าย หลายรูปแบบ สำเร็จรูปมากันเลยทีเดียวอีกทั้งขนาดที่จะสร้างเพื่อรองรับรถยนต์ รถบรรทุกขนาดใหญ่ หรือเล็ก ๆ ก็สามารถทำได้ ไม่กลัวแดดกลัวฝน ดังนั้นในปัจจุบันเราจึงเห็นสะพานที่เป็นสะพานปูนหรือสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กกันโดยทั่ว ๆ ไปนั่นเอง

สะพานไม้ ก็เป็นสะพานอีกแบบหนึ่งที่ใช้สำหรับการสัญจรข้ามไปมา ส่วนใหญ่จะเป็นการสร้างเพื่อข้ามแม่น้ำ ลำคลอง ที่เห็น ๆ ก็จะเป็นคลองขนาดเล็ก ๆ แต่ยังมีสะพานไม้แห่งหนึ่งที่ทำไว้สำหรับการข้ามแม่น้ำขนาดใหญ่ที่จังหวัดกาญจนบุรี ชื่อของแม่น้ำสายนี้ก็คือแม่น้ำซองกาเลีย

แต่เดิมว่ากันว่า ชาวมอญที่อาศัยอยู่อีกฝั่งของแม่น้ำซองกาเลียเดินทางข้ามมาฝั่งอำเภอนั้นหรือฝั่งที่ตลาดเพื่อซื้อของทำธุระต่างนั้นยากลำบาก ต้องพายเรือข้ามแม่น้ำมา เพราะว่าไม่มีเส้นทางที่ตัดเข้าไปในเมืองดังเช่นปรกติ จากพื้นที่ที่คล้าย ๆ เกาะ เพราะมีแม่น้ำรอบ ๆ  ทำให้ชาวบ้านนั้นสัญจรไปมาลำบากมาก และชาวบ้านที่อยู่ละเเวกนั้นส่วนใหญ่ก็จะเป็นชาวมอญที่เข้ามาอาศัยอยู่

โดยปรกติแล้วชาวมอญนั้นเป็นชนเผ่าอีกเผ่าหนึ่งที่อยู่ในประเทศพม่า แต่เนื่องจากภูมิประเทศที่ติดกัน และมีป่าเขาอยู่มากมาย ทำให้การเคลื่อนตัวของผู้คนนั่นเป็นไปได้โดยง่าย สถานการณ์ของชาวมอญในประเทศพม่านั้นอาจจะไม่สู้ดีนัก เพราะประเทศพม่านั้นมีการสู้รบกันอยู่เนือง ๆ ทำให้ประชาชนรุ่นก่อน ๆ นั้นก็อพยพเข้ามาตั้งรกรากเข้ามาอยู่ที่ทางอำเภอสังขละเป็นจำนวนมาก

ซึ่งอำเภอนี้ก็เป็นอีกอำเภอหนึ่งที่มีพื้นติดชายแดนกับประเทศพม่านั่นเองเรื่องของการอพยพเข้ามานั้นหากมีการอพยพเข้ามาตั้งแต่ก่อน ปี พ.ศ. 2448 ก็อาจจะเรียกว่าเป็นคนสยามก็ได้

ซึ่งสาเหตุที่กล่าวถึง พ.ศ. 2448 นั้นก็เพราะว่าในปีที่กล่าวถึงนี้มีการสำรวจสำมะโนประชากรครั้งแรกของ “ประเทศสยาม”  ซึ่งขณะนั้นตรงกับรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5

ซึ่งการสำมะโนประชากรได้แล้วเสร็จเมื่อปี 2453 หรืออีก 5 ปีในเวลาต่อมา และเมื่อสมัยนั้น “ประเทศสยาม” มีประชากรอยู่ 8 ล้านกว่าคน (“ประเทศไทย” ถูกเปลี่ยนชื่อมาจาก “ประเทศสยาม” เมื่อปี พ.ศ. 2482 ดังนั้นจึงขอเรียกชื่อประเทศให้ตรงกับช่วงเวลา)

สะพานอุตตมานุสรณ์หรือ"สะพานมอญ" เป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย ความยาวประมาณ850 เมตร เป็นสะพานไม้ที่ยาวเป็นอันดับ 2 ของโลกอันดับ1 เป็น สะพานไม้อูเบ็งในประเทศพม่า

เป็นสะพานที่ข้ามแม่น้ำซองกาเรีย ที่ตำบลหนองลูอำเภอสังขละบุรีจังหวัดกาญจนบุรี สร้างขึ้นโดยการนำของพระสงฆ์อันเป็นที่รักและเคารพของชาวบ้านในละแวกนั้น ซึ่งถือว่าเป็นสะพานแห่งความร่วมมือร่วมใจของชาวบ้านทุกคน

 





 

สะพานมอญ คือสะพานไม้ที่สร้างโดยชาวมอญ ที่อยู่อีกฝั่งของแม่น้ำ “ซองกาเลีย” เป็นสะพานไม้ที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยชาวมอญ แต่ผู้ที่อยู่เบื้องหลังการสร้างและการผลักดันให้สะพานนี้ถูกสร้างขึ้นมาก็คือพระสงฆ์รูปหนึ่งและท่านยังเป็นศูนย์รวมจิตใจให้กับชาวอำเภอสังขละบุรี อีกทั้งยังเป็นที่เคารพรักของคนทั่ว ๆ ไปนั่นก็คือ “หลวงพ่ออุตตมะ” เจ้าอาวาสวัดวังก์วิเวการาม แห่งอำเภอสังขละบุรีนั่นเอง

จากที่ท่านนั้นเห็นความสำบากในการสัญจรของชาวมอญที่อยู่ในตำบลหนองลู ที่ไม่สามารถเดินทางโดยสะดวกได้ เพราะว่าหมู่บ้านนี้ถูกล้อมรอบไปด้วยแม่น้ำซองกาเลียและน้ำที่เอ่อล้นมาจากการสร้างเขื่อนทำให้การเดินทางก็ต้องอาศัยการพายเรือเพียงอย่างเดียวต่อมาก็ได้มีผู้ประกอบการได้สร้างสะพานไม้ไผ่ขึ้นมา แล้วเก็บค่าผ่านทางคนละ 1 บาท ซึ่งสมัยนั้นถือว่าแพงมาก ๆ หลวงพ่อท่านจึงมีความคืดว่าหากมีสะพานไม้ที่แข็งแรงดี ๆ ก็จะทำให้ชาวบ้านนั้นเดินทางได้สะดวกยิ่งขึ้น และชาวบ้านก็ไม่ต้องเสียค่าผ่านทางอะไรอีก

ดังนั้นท่านจึงรวบรวมทุนทรัพย์และแรงงานจากชาวบ้านเพื่อมาสร้างสะพานนี้การสร้างนั้นก็ได้เริ่มขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2529 เสร็จสิ้นเมืองปี 2530เป็นสะพานไม้เนื้อแข็งที่สร้างจากแรงของชาวบ้านล้วน ๆ โดยไม่มีเครื่องมือเครื่องจักรใด ๆ เลย เมื่อสร้างเสร็จแล้วชาวบ้านก็ได้ใช้เดินทางสัญจรไปมาอย่างสะดวก ชาวบ้านทั้งหลายต่างพากันยกย่องหลวงพ่อเป็นอย่างมาก เพราะว่าท่านเป็นผู้คิดเพื่อประโยชน์ให้กับชาวบ้านโดยส่วนรวมอย่างแท้จริง

สะพานนี้ภายหลังถูกเรียกว่า สะพานแห่งศรัทธาบ้าง สะพานแห่งความร่วมมือบ้าง สะพานไม้แห่งชีวิตบ้าง และอีกหลาย ๆ ชื่อที่เรียกขานกันมาแต่โดยความหมายก็คือ เป็นสะพานที่เกิดจะความร่วมแรงร่วมใจจากชาวบ้าน ของตำบลหนองลู ล้วน ๆ เลยครับ

 

สะพานมอญนั้นมีความยาวประมาณ850 เมตร ถือว่าเป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย และยาวเป็นอันดับสองของโลกต้องเน้นนะครับ ว่าสะพานไม้ เดี๋ยวหลายคนจะงง ๆ ว่ายาวแค่ 850 เมตรแล้วทำไมว่าเป็นสะพานที่ยาวที่สุดในประเทศไทยสะพานสร้างด้วยไม้เนื้อแข็งอย่างดี ทำให้ทนแดด ทนฝนและผ่านการใช้งานมาตั้งแต่ 2530 มาถึงตอนนี้ก็มีอายุร่วม26ปี

และเมื่อกลางปี2556 ที่ผ่านมาก็เกิดปรากฎการณ์ที่ทำให้สะพานมอญแห่งนี้เกิดเสียหายจากการที่ฝนหนักติดต่อกันเป็นเวลากว่า 3 วัน ทำให้น้ำป่านั้นไหลบ่าจากภูเขาแล้วได้พัดเอาท่อนซุงขนาดใหญ่ลงมาด้วย ท่อนซุงเหล่านี้เองได้ลอยมาแล้วเข้าไปติดกับเสารับน้ำหนักของสะพานไม้ และเมื่อฝนตกเป็นระยะเวลานาน น้ำก็หลากมาจากภูเขาตลอดเวลา ทั้งท่อนซุงขนาดใหญ่ ที่มีทั้งเศษไม้ที่ไหลมากับน้ำที่หลากมาจากภูเขา ทำให้เกิดสิ่งที่คล้าย ๆ ภูเขาขนาดย่อม ๆ เขามาปะทะสะพานไม้อยู่ตลอดเวลา

เมื่อสะพานไม้ถูกกระแทกจนกระทั่งตัวสะพานรับน้ำหนักไม่ได้ ส่วนที่รับน้ำหนักไม่ไหวก็เกิดพังถล่มลงมาเป็นระยะทางกว่า 30 เมตร และเมื่อสะพานส่วนนั้นพังลงท่อนซุงเศษไม้ต่าง ๆ ที่ถูกน้ำพัดพามาก็ไหลออกไปสู่อีกด้านของสะพานเหมือนร่องน้ำขนาดใหญ่และร่องน้ำขนาดใหญ่นั้นก็ได้เสียหายเพิ่มเติมอีกในเวลาต่อมา รวมระยะทางของสะพานที่เสียหายทั้งหมดประมาณ 70 เมตรเหตุการณ์ดังกล่าวได้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 18:30 ของวันที่ 28 กรกฎาคม 2556

 




และเมื่อชาวบ้านได้รับทราบเรื่องราวก็เสียใจกันเป็นอย่างมาก เพราะสะพานแห่งนี้ในปัจจุบันนี้ยังใช้เป็นเส้นทางในการเดินทางเท้าเป็นเส้นหลักสำหรับการดำเนินชีวิตของชาวมอญถึงแม้ว่าในปัจจุบันนี้ได้มีการสร้างสะพานข้ามแม่น้ำที่เป็นสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กสำหรับใช้เป็นเส้นทางหลักเรียบร้อยแล้วก็ตาม

แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือสะพานมอญแห่งนี้ เป็นสะพานที่เป็นศูนย์รวมทางด้านจิตใจของชาวอำเภอสังขละบุรี เป็นสะพานที่ทำให้นึกถึงหลวงพ่ออุตมะ ที่ท่านได้ให้กำเนิดสะพานแห่งนี้ และหากจะนับเรื่องการท่องเที่ยว สะพานมอญแห่งนี้เรียกได้ว่าเป็นสะพานเศรฐกิจโดยแท้จริง หรือจะเรียกสะพานแห่งนี้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของอำเภอสังขละบุรี หรือ land mark เลยก็ว่าได้

 


 

เมื่อสะพานเกิดความเสียหาย หน่วยงานที่รับผิดชอบก็ได้เข้ามาดูแลกันอย่างเร่งด่วน หาผู้รับเหมาเข้ามาซ่อมแซมหมดงบประมาณไปมากมาย ใช้เวลาไปปีกว่า ๆ ก็ไม่สามารถทำให้สำเร็จได้ และก็เกิดปัญหาต่าง ๆ กันอย่างมากมาย

จนกระทั่งทหารช่างจากกองพลทหารราบที่ 9 ค่ายสุรสีห์ ได้เข้ามาและร่วมมือกับชาวบ้าน ซ่อมแซมสะพานไม้แห่งนี้ด้วยพลังแห่งศรัทธา ความมือ ร่วมใจ ใช้เวลาเพียง 29 วัน สะพานไม้ก็ถูกซ่อม สร้าง ขึ้นใหม่ สวยงามไม่แพ้ของเดิมและได้เปิดใช้เป็นทางการอีกครั้งเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม  2557 และนี่ก็แสดงให้เห็นว่า ความร่วมมือนั้น ทำให้เกิดพลังอันยิ่งใหญ่ขับเคลื่อนทุกอย่างไปได้

 


 

ก่อนที่สะพานมอญ จะซ่อมเสร็จชาวบ้านก็ได้สร้างสะพานเพื่อใช้สำหรับการข้ามแม่น้ำนี้ขึ้น เป็นสะพานไม้ไผ่แบบเดิม แล้วทำขนานไปกับสะพานมอญที่กำลังสร้าง ซึ่งก็เป็นสะพานไม่ไผ่ที่ดูแล้วก็สวยไปอีกแบบครับระหว่างกลางสะพานก็ทำเป็นสะพานสูงเพื่อใช้สำหรับเป็นทางผ่านของเรือที่นำนักท่องเที่ยวแล่นผ่านไป มานั่นเอง

มาเมืองสังขละทั้งทีจะดูแต่สะพานมอญก็ใช่ที่ มาดูแหล่งท่องเที่ยวที่เมืองสังขละบุรีในสถานที่อื่น ๆ กันบ้างครับโบสถ์ใต้น้ำ หรือวัดใต้น้ำ หรือเมืองบาดาล ก็แล้วแต่จะเรียกให้ดูยิ่งใหญ่ แปลก ๆ เพื่อจะได้เรียกนักท่องเที่ยวมาได้

จริง ๆ แล้วก็คือ วัดเก่าที่จมอยู่ใต้น้ำนี้ เป็นวัดเก่าของหลวงพ่ออุตตมะ ซึ่งชาวมอญนั้นได้ร่วมใจกันสร้างวัดนี้ขึ้นมาเพื่อถวายให้หลวงพ่ออุตตมะได้จำพรรษา ซึ่งหลวงพ่ออุตตมะเองนั้นก็เป็นชาวมอญ แต่ผลจากการสร้างเขื่อนวิชราลงกรณ์น้ำก็เอ่อล้นขึ้นมามากเพราะว่าวัดตั้งอยู่ในที่ลุ่มเหนือเขื่อน จึงทำให้วัดนี้ต้องจมอยู่ใต้น้ำ หลวงพ่ออุตตมะก็เลยต้องย้ายมาสร้างวัดแห่งใหม่ซึ่งก็คือ “วัดวังก์วิเวการาม” ในปัจจุบันนั่นเอง


 ดังนั้นหากจะไปดูโบสถ์ใต้น้ำก็อาจจะต้องติดต่อเพื่อสอบถามกับเจ้าของสถานที่หรือเจ้าหน้าที่ที่อยู่ที่อำเภอก่อนนะครับ เพราะว่าการที่จะได้เห็นโบสถ์หรือสิ่งก่อสร้างที่จมอยู่ใต้น้ำนั่นต้องหมายความว่าน้ำจะต้องลดลงมาจนแห้งหรือเกือบจะแห้ง เพื่อที่สิ่งก่อสร้างเหล่านั้นจะโผล่น้ำมาให้เห็นเมื่อก่อนนี้หากจะดูโบสถ์ที่จมอยู่ใต้น้ำ ให้ไปในฤดูฝน หรือฤดูน้ำหลากหลายคนจึงงง ๆ ว่าทำไมเป็นเช่นนั้น 


 

สาเหตุก็เพราะว่าในฤดูฝนหรือฤดูน้ำหลากนั้น ทางเขื่อนเขาจะปล่อยน้ำออกจากเขื่อนเพื่อเตรียมพื้นที่กักเก็บน้ำฝน หากมาในฤดูแล้ง ทางเขื่อนเขาต้องเก็บน้ำไว้แล้วค่อย ๆ ปล่อย ซึ่งก็อาจจะไม่เห็นโบสถ์จมน้ำนั้นก็ได้ เพราะว่าน้ำนั้นยังเต็มเขื่อนอยู่ แต่ในปัจจุบัน ไปฤดูไหนก็มีโอกาสได้เห็นโบสถ์จมน้ำได้ง่าย เพราะว่าน้ำในเขื่อนค่อนข้างที่จะแห้งตลอดเวลา ดังนั้นหากน้ำในเขื่อนแห้งอยู่เรื่อย ๆ โบสถ์จมน้ำก็จะเห็นได้ตลอดทุกฤดู ก็อาจจะไม่เป็น Unseen อีกต่อไปก็เป็นได้ครับ
 

 

อีกแห่งหนึ่งของสถานที่ท่องเที่ยวนั้นก็คือ วัดวังก์วิเวการาม ซึ่งเป็นวัดของหลวงพ่ออุตตมะ เป็นวัดที่สร้างด้วยรูปแบบสถาปัตยกรรมพม่า ทำให้เกิดความสวยงามที่แปลกตาออกไป ภายในยังมีงานแสดงต่าง ๆ มากมายเช่น หลวงพ่อขาว ซึ่งเป็นพระพุทธรูปหินอ่อน ประดิษฐานอยู่ที่วัดนี้ ว่ากันว่าหลวงพ่อขาวนี้เป็นพระพุทธรูปหินอ่อนที่สวยงามที่สุดองค์หนึ่งเลยทีเดียว
 

 

 

 

ในพื้นที่บริเวณใกล้ ๆ กันก็ยังมีเจดีย์พุทธยาซึ่งจำลองมาจากประเทศอินเดีย นั่นก็คือเจดีย์พุทธยานั่นเอง รูปทรงสี่เหลี่ยม สีทองซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของเจดีย์ ดูสวยงาม ด้นหน้าเจดีย์มีสิงห์สีขาวขนาดใหญ่อยู่สองตัวซึ่งสิงห์ขนาดใหญ่สีขาวนี้หากยังจำได้ น่าจะคล้าย ๆ กับสิงห์ที่อยู่ในภาพยนต์เรื่องพระนเรศวร ลองนึกดูนะครับ ซึ่งศิลปะพม่านั้นเขาจะนิยมนำสิงห์คู่มาตั้งอยู่หน้าสิ่งก่อสร้างสำคัญ ๆ  เช่น วัดแถว ๆ ภาคเหนือ บางวัดก็มีสิงห์อยู่หน้าทางเข้าโบสถ์ด้วย อย่างนี้เป็นต้น 
 

 

ที่บอกว่าภาคเหนือจะมีศิลปะพม่าอยู่ก็เพราะว่าสมัยก่อนเมื่อยังเป็นอาณาจักรล้านนา เมืองหงสาวดีซึ่งก็คือพม่าในปัจจุบันเคยเข้ามาปกดินในดินแดนทางภาคเหนือของไทยในปัจจุบัน แต่เมื่อก่อนนั้นคืออาณาจักรล้านนา ทำให้ศิลปะหรือวัฒนธรรมบางอย่าง ที่เป็นของพม่าก็เข้ามาสู่อาณาจักรล้านนาและก็ยังคงมีให้เห็นอยู่ถึงในปัจจุบัน 
 

สังขละบุรีนั้นยังมีพระเก่า วัดเก่า โบสถ์เก่า ๆ ที่ยังใช้งานอยู่ หรือบางที่ก็ไม่ได้ใช้งาน รูปลักษณ์หรือพุทธลักษณะของพระพุทธรูปที่สร้างขึ้นมานั้น อาจจะดูแปลกตาไปบ้าง เนื่องจากว่าเป็นพระพุทธรูปที่ถูกสร้างโดยชาวมอญบ้าง ไทยบ้าง เพียงแต่ไม่รู้ว่าครูช่างที่สร้างพระนั้นเป็นใคร

แต่หากจะว่าไปก็ทำให้นึกขึ้นได้ว่า รูปทรงการสร้างพระพุทธรูปนั้นอาจจะเป็นยุคเป็นสมัยของแต่ละยุค เช่นพระพุทธรูปสมัยสุโขทัย ก็จะมีพุทธลักษณะอีกแบบ พระพุทธรูปสมัยอยุธยาก็จะมีพุทธลักษณะอีกแบบหนึ่ง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของพระพุทธรูปในแต่ละยุคสมัย แม้กระทั่งพระพุทธรูปในบริเวณเจดีย์พุทธยาเองก็ยังมีพุทธลักษณะที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ก็เลยคิดว่าน่าจะเป็นช่างพม่าหรือมอญเป็นผู้ปั้นขึ้นในรูปแบบของตัวเองนั่นเอง

 

อีกหนึ่งกิจกรรมที่บนสะพานมอญที่น่าสนใจก็คือการใส่บาตรพระ ซึ่งก็มีความเหมือนที่แตกต่างไปจากที่เรา ๆ เคยใส่บาตรพระกันโดยทั่วไปนั่นก็คือ การใส่บาตรที่ชาวมอญเขาใส่กัน อาหารที่จะใส่นั้นทางรีสอร์ทเขาจะเตรียมไว้ให้ หรือเราจะหาเองก็น่าจะได้

และเห็นทางรีสอร์ทเขาบอกให้ใส่ผ้านุ่ง(ผ้าซิ่น)สำหรับผู้หญิงเพื่อความเหมาะสมซึ่งเห็นแล้วก็ดูดีไปเลยครับ อย่างน้อยก็เพื่อการนุ่งห่มที่เหมาะสมสำหรับการใส่บาตร โดยผู้ที่ต้องการจะใส่บาตรก็ต้องมายืนเรียงแถวยาวเลยครับ จะไม่มีการสลับซ้านขวาแต่อย่างใดจึงนับว่าเป็นประเพณีการใส่บาตรของชาวมอญที่สวยงามอีกกิจกรรมเลยล่ะครับ

 

 

สังขละบุรี และกาญนบุรีนั้นมีประวัติศาสตร์ที่มีมาอย่างยาวนาน เป็นเมืองท่องเที่ยวที่ต้องไปซักครั้ง ล่องแพที่เมืองกาญฯ ก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย เที่ยวเมืองไทย ไม่ไปไม่รู้ครับ


..คนเรียนไกด์..


ตามรอยประวัติศาสตร์ ค้นพบถ้ำยุคก่อนประวัติศาสตร์และเครื่องมือยุคหินเก่า ที่บ้านบางพระ อำเภอคีรีรัฐนิคม จังหวัดสุราษฎร์ธานี    ทิวลิปบานที่ระยอง
blog comments powered by Disqus




สร้อยคอแฮนด์เมด(ทำมือ) จากขยะรีไซเคิล
สร้อยคอรีไซเคิล งานแฮนด์เมด (ทำมือ) 15 แบบ ไม่ซ้ำกัน สวยงาม ไอเดียดี ประหยัด ทำเองได้ใช้ใส่ออกงานได้จริง ที่สำคัญคือ ช่วยลดขยะโลก
อ่านทั้งหมด...












 




หมวดฮิต & คำฮอต >>

> อัญมณี ลูกปัดและเครื่องประดับ :ลูกปัด ลูกปัดโบราณ หินสี อัญมณี อัญมณีประจำวันเกิด อัญมณีประจำราศี
> สวนสวย จัดสวนสวย การจัดสวนเอง : จัดสวน สวนสวย จัดสวนหน้าบ้าน จัดสวนหย่อม ต้นไม้ บ้านและสวน
> ท่องเที่ยวทั่วไทย ท่องเที่ยวต่างประเทศ : ท่องเที่ยวไทย ท่องเที่ยวทั่วไทย ท่องเที่ยวต่างประเทศ
> พระเครื่องและวัตถุมงคล : พระเครื่อง พระเครื่องทั่วไทย พระเครื่องสายใต้ พระเครื่องมากมาย
> สุขภาพและความงาม : สุขภาพ สุขภาพจิต สุขภาพน่ารู้ บำรุงผิวหน้า สุขภาพดี หน้าใส ผิวขาว
> อาหาร เมนูอาหาร เมนูอาหารไทย : อาหารไทย อาหารเพื่อสุขภาพ เมนูอาหาร ไข่ ปลา ไก่
> ศิลปะ การออกแบบ : ศิลปะไทย ศิลปะตะวันตก ศิลปะร่วมสมัย ออกแบบเสื้อ ออกแบบโลโก้ ออกแบบสวน


> การศึกษา การฝึกอบรม : เรียนต่อต่างประเทศ เรียนภาษาอังกฤษ อังกฤษ จีน เกาหลี ญี่ปุ่น รับตรง สอบตรง โควตา ทุนเรียนต่อ เรียนต่อโท เรียนต่อปริญญาเอก เรียนต่ออเมริกา
> วัฒนธรรม บันเทิง ดารา : วัฒนธรรมไทย ญี่ปุ่น บันเทิงดารา เกาหลี ไทย บันเทิงเอเชีย ข่าวบันเทิง
> เพลงใหม่ หนังใหม่ : เพลงใหม่ เพลงใหม่ล่าสุด ฟังเพลงใหม่ ฟังเพลงใหม่ล่าสุด หนังใหม่
> ดูทีวีออนไลน์ ฟังวิทยุออนไลน์ : ดูทีวีออนไลน์ ดูทีวีย้อนหลัง วิทยุออนไลน์ ฟังวิทยุออนไลน์
>ดูดวง : ดวง ดูดวงความรัก ดูดวงเนื้อคู่ ดูดวงวันเกิด ดูดวงตามวันเดือนปีเกิด ดูดวงบ้านเลขที่ ดูดวงการงาน ดูดวงตามพรหมชาติ
> งานสร้างสรรค์ งานประดิษฐ์ ไอเดีย >ทำนายฝัน ทำนายความฝัน> งานราชการ > รับสมัครงาน
 








หน้าแรก | เกี่ยวกับเรา | บริการ | สินค้า | สมาชิก | เว็บบอร์ด | งานประดิษฐ์ สร้างสรรค์ไอเดีย | ความรู้ | ติดต่อโฆษณา
บทความ >อัญมณี ลูกปัดและเครื่องประดับ >สวนสวย จัดสวน การจัดสวนเอง >ท่องเที่ยวทั่วไทย ท่องเที่ยวต่างประเทศ >พระเครื่อง วัตถุมงคล พระเครื่องทั่วไทย
>สุขภาพและความงาม >อาหาร เมนูอาหาร เมนูอาหารไทย >ศิลปะ การออกแบบ >การศึกษา การฝึกอบรม >วัฒนธรรม บันเทิง ดารา

ดูดวง >ดูดวงรายเดือน >ดูดวงบ้านเลขที่ >ดูดวงตามพรหมชาติ >ดูดวงความรัก >ดูดวงเนื้อคู่ >ดูดวงวันเกิด >ดูดวงตามวันเดือนปีเกิด
ทำนายฝัน >ฝันเห็นคนและกิริยาอาการ >ฝันเห็นสัตว์ต่างๆ >ฝันเห็นสิ่งของและสถานที่ >ฝันเห็นสิ่งอื่นๆ
เว็บบอร์ด >ประกวดทั่วไทยทั่วโลก >ศึกษาต่อในประเทศและต่างประเทศ รับตรง โควตา ข่าวทุนการศึกษา >สมัครงาน รับสมัครงานราชการ
รับสมัครงานรัฐวิสาหกิจและงานเอกชน >งานฟรีแลนซ์ >ท่องเที่ยวทั่วไทย >ท่องเที่ยวต่างประเทศ >อาหารการกิน > ตากล้อง >จัดสวนสวย > รักษ์โลก
>ข่าวด่วน ฝากข่าว >รักสุขภาพ ความสวย ความงาม > พระเครื่อง ของสะสม >ไอเดียสร้างสรรค์และโชว์ฝีมือ >เครื่องประดับ ลูกปัด หินสี และอัญมณี >ศิลปะออกแบบ
>วัฒนธรรมบันเทิงดารา ข่าวบันเทิง >เพลงใหม่ หนังใหม่ >ดูทีวีออนไลน์ฟัง วิทยุออนไลน์

E-mail : rayabeading@yahoo.com , rayabeading@hotmail.com Tel: 089-6461093   Copyright©2010-2011 Rayabeading.com. All rights reserved.