เว็บบอร์ด >อัญมณี >จัดสวน >ท่องเที่ยว >เมนูอาหาร >ทุนศึกษาต่อ >รับตรง >พระเครื่อง >ศิลปะการออกแบบ >สุขภาพ >บันเทิงดารา >สมัครงาน >งานราชการ >ข่าวด่วน >ฝากข่าวฟรี
 หน้าแรก | สินค้า | งานประดิษฐ์ | ลูกปัดอัญมณี | จัดสวน | เมนูอาหาร | ท่องเที่ยว | พระเครื่อง | ดูดวง | ทำนายฝัน | เพลงใหม่ | ดูทีวีออนไลน์ | ฟังวิทยุออนไลน์ | ติดต่อโฆษณา





 
free counters

facebook rayabeading
twitter rayabeading

    Articles
ทริปตะลุยเวียดนาม ชมความงามที่อ่าวฮาลอง นั่งมองธรรมชาติบนเรือใบสำราญ
วันพุธ ที่ 30 มกราคม พ.ศ.2556 เวลา 14:42 น.


ทริป..ตะลุยเวียดนาม

ชมความงามที่ อ่าวฮาลอง

นั่งมองธรรมชาติบนเรือใบสำราญ

 

โดย... พาฝันตะวันทัวร์

 


"ปลายปีนี้ !    เราจะไปเที่ยวไหนกันดี ?" เสียงเพื่อนๆ ในกลุ่มถามสมาชิก  "ไปเที่ยวประเทศในกลุ่มอาเซียนมั้ย ?  ตามกระแสกะเค้าหน่อย เดี๋ยวจะไม่ทันสมัย"  "ดี ๆๆๆ"  สมาชิกทุกคนเห็นด้วย  "แล้วเราจะไปประเทศไหนกันดี  ประเทศเวียดนามมั้ย"  เพื่อนคนหนึ่งเสนอ  "อืม !  พวกเราก็ยังไม่เคยไป  สรุปไปเวียดนามกันนะ"  เสียงทุกคนตอบพร้อมกัน  "โอเคนะคะๆๆๆ"   

เนื่องจากผู้เขียนและเพื่อน ๆ สมาชิกในกลุ่มได้ตกลงกันไว้ว่า ปีหนึงเราจะไปท่องเที่ยวด้วยกันอย่างน้อยปีละครั้ง  จึงเป็นที่มาของการท่องเที่ยวในครั้งนี้  เพื่อให้เกิดความสะดวกสบายกับสมาชิกทั้งหมด  ท่องเที่ยวครั้งนี้   ติดต่อกับบริษัททัวร์น่าเหมาะกับพวกเรามากที่สุด


เมื่อพวกเราเดินทางถึงประเทศเวียดนาม  ทุกคนขึ้นประจำรถบัสเรียบร้อย  ไกด์นำเที่ยวประจำเวียดนามก็ขึ้นมาแนะนำตัว  เป็นผู้ชาย อายุประมาณกลางคน แต่ดูภูมิฐาน สุภาพ และ    ที่สำคัญชื่อเดียวกับซุปเปอร์สตาร์ของเมืองไทยซะด้วย   

“สวัสดีครับ  ก่อนอื่นก็ขอแนะนำข้อมูลเบื้องต้นก่อนนะครับ     ประเทศเวียดนาม หรือเรียกชื่อเป็นทางการว่า สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม มีลักษณะภูมิประเทศเป็นรูปตัว  S  ตามแนวฝั่งตะวันตกของทะเลจีนใต้ ความยาวจากเหนือจรดใต้  1,650 กิโลเมตร  ขนานไปตามแนวยาวของคาบสมุทรอินโดจีน ประกอบด้วยไหล่เขาและ     หมู่เกาะต่าง ๆ นับพันเกาะเรียงรายตั้งแต่อ่าวตังเกี๋ยไปจนถึงอ่าวไทย 

เนื่องจากแผ่นดินของเวียดนามมีความยาวมาก  จึงทำให้ภูมิประเทศและภูมิอากาศแตกต่างกันค่อนข้างมาก  ภาคเหนือจากพื้นที่เหนือสุดถึงจังหวัดกวางบินห์  ประกอบด้วยภูเขาสูงมากมาย โดยเฉพาะเทือกเขาฟานซีปาน ซึ่งสูง  ถึง  3,143 เมตร สูงที่สุดในอินโดจีน มีแม่น้ำสำคัญ  คือ แม่น้ำกุง ซึ่งไหลไปบรรจบกับแม่น้ำแดงเป็นดินดอนสามเหลี่ยมที่อุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การเพาะปลูก 

ด้วยภูมิอากาศที่หลากหลายจึงทำให้มีทรัพยากรธรรมชาติมากมาย มีแม่น้ำไหลผ่าน  หุบเขาและ  ที่ราบมากกว่า  2,800 สาย  ภาษาที่นิยมใช้กันคือ ภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศล และจีน  ปกครองด้วยระบบพรรคเดียว คือ  พรรคคอมมิวนิสต์  สกุลเงินที่ใช้คือเงินด่อง” 

 


 

ฟังข้อมูลจบ พวกเราก็เงียบไม่มีใครถามต่อ  "ไกด์จึงถามว่า"อาจารย์มีอะไรสอบถามเพิ่มเติมมั้ยครับ"  เสียงเพื่อนคนหนึงตอบ "พวกเราไม่ใช่อาจารย์ค่ะ แต่เป็นเจ้าหน้าที่ค่ะ"  (มิน่าหล่ะ! ข้อมูล มาเป็นชุดเชียวคิดว่าพวกเราเป็นอาจารย์นี่เอง! ผู้เขียนคิดในใจ) แต่ก็ถูกเรียกว่าอาจารย์บ่อย ๆ เพราะคนส่วนใหญ่  เห็นพวกเราทำงานในสถาบันการศึกษาก็เลยคิดว่าน่าจะเป็นอาจารย์ค่ะ 

ไกด์บอกว่า "ผมของแจ้งกำหนดการคร่าว ๆ    ก่อนนะครับ ตามกำหนดการเราจะไปเที่ยวเวียดนามเหนือก่อน  เพื่อศึกษาเกี่ยวกับสถานที่ต่าง ๆ สัมผัสกับวัฒนธรรม วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวเวียดนาม  โดยสถานที่ท่องเที่ยวแห่งแรกที่ไปกันก็คือ  “อ่าวฮาลอง” 

 


เมื่อลงจากรถบัสที่นั่งมาจากสนามบินสัมผัสได้ถึงอากาศที่เย็นสบาย สดชื่นจนผู้เขียนต้องสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ ตั้งแต่ยังไม่ได้ลงเรือเลย  ไม่น่าเชื่อ!    ว่าเวลาใกล้เที่ยงอากาศยังเย็นสบายเหมือนตอนเช้าๆ สมกับ   ที่ได้รับสมญานามว่า  “กุ้ยหลินของเวียดนาม”  จริง ๆ  และยังได้ขึ้นทะเบียน   เป็น  “มรดกโลกทางธรรมชาติจากองค์การยูเนสโก”  เมื่อปี พ.ศ. 2537 ด้วย 

“อ่าวฮาลอง”  เป็นอ่าวที่อยู่ในพื้นที่ของ  อ่าวตังเกี๋ย ทางตอนเหนือของสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ใกล้ชายแดนติดต่อกับสาธารณรัฐประชาชนจีน มีพื้นที่ทั้งหมด 1,500 ตารางกิโลเมตร และมีชายฝั่งยาว 120 เมตร

โดยเกาะตั้งตระหง่าน  เรียงรายกันกว่า 2,000  เกาะ ซึ่งเป็นเกาะหินปูนที่โผล่ขึ้นมาจาก    ผิวทะเลและมีต้นไม้ขึ้นอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์  เกาะแต่เกาะก็จะมีรูปร่างแตกต่างกันไป แล้วแต่ว่าใครจะจินตนาการมองเห็นเป็นรูปเกาะอะไร บางคนก็ว่าเหมือนเกาะไก่ชน เหมือนเกาะหนู  เหมือนเกาะแมว ฯ ก็แล้วแต่จะจินตนาการกันไป

 


วันนี้จะได้ล่องเรือชมทัศนียภาพของอ่าวฮาลอง พร้อมกับรับประทานอาหารกลางวันมื้อแรกที่มาเยือนประเทศเวียดนาม  เคยทานแต่อาหารเวียดนามในเมืองไทย แต่วันนี้จะได้ทานอาหารเวียดนามแท้ ๆ ต้นตำรับ แล้วยังทานบนเรือซะด้วย  ธรรมดาซะที่ไหนหล่ะ !  อาหารจะอร่อยหรือไม่อร่อย ???   วิวสวย อากาศดี  ก็เพิ่มรสชาติอาหารได้ไม่น้อยเลยทีเดียว   แล้วเราก็เป็นคนชอบชิมซะด้วย  ชิมแล้วจะได้พูดถูกว่าอาหารรสชาดเป็นอย่างไร  ถ้าไม่ชิมก็ไม่รู้       

เมื่ออาหารทยอยมาเสริฟพวกเราก็ไม่รอช้า  ถ้าช้าก็จะไม่ทันเพื่อน ๆ  กองทัพต้องเดินด้วยท้อง  คติประจำกลุ่มของพวกเรา  เสียงคุยกัน เงียบกริบ !  เมื่ออาหารมาเสริฟถึงโต๊ะ  คงไม่ต้องบอกนะว่าทำอะไรกัน   ต้องรีบทำเวลาหน่อยเพราะวิวสวยจนผู้เขียนและเพื่อน ๆ อดใจรอไม่ไหวต้องรีบรับประทานอาหารเพื่อมาเก็บภาพไว้เป็นที่ระลึก  

เรือโดยสารที่ไปกันเป็นเรือสองชั้น ชั้นแรกแบ่งเป็นที่รับประทานอาหาร  จัดเป็นเซทเมนูในแต่ละโต๊ะ  นั่งประมาณ โต๊ะละ 6 คน ส่วนชั้นที่สอง  เป็นดาดฟ้าเรือ  บนดาดฟ้าเรือ ตรงเสากระโดงเรือพร้อมป้ายชื่อเรือ ยังมีที่นั่งให้ถ่ายรูปด้วย  มุมนี้ก็สวย  และยังมีที่ให้เลือกถ่ายรูปได้อีกหลายมุม 


เพื่อน ๆ ก็เริ่มทยอยถ่ายรูป บางคนก็ถ่ายคู่กับเกาะ ถ่ายคู่กับเรือ ถ่ายรูปเดี่ยว รูปหมู่บ้าง สลับกันไป เหมือนอยู่บนเรือไททานิคเลย เพื่อนบางคนบอก บางคนก็ทำท่าเลียนแบบพระเอกนางเอกในหนังเรื่องไททานิค  เรือที่โดยสารไปเป็นเรือที่ทำจากไม้ ทาสีใกล้เคียงกับไม้มองเห็น  เนื้อไม้  ทั้งเรือและวิวทิวทัศน์ดูสวยงามจนต้องเก็บภาพไว้ทุกมุมเลยค่ะ

 

 




ล่องเรือมาได้สักพักใหญ่ ๆ ก็มาถึงถ้ำสวรรค์  มองเห็นอยู่บนยอดเขาไกลจากท่าเทียบเรือไม่มากนัก  พวกเราก็ทยอย     เดินขึ้นจากท่าเทียบเรือมีบันไดที่สร้างด้วยคอนกรีต ดูแข็งแรงให้เราเดินขึ้นไป ระหว่างทางเดินขึ้นก็เก็บภาพวิวทิวทัศน์ข้างทาง และก็พักเหนื่อยไปในตัวด้วย
 

                 


ถ้ำสวรรค์”  เป็นถ้ำที่มีหินงอก  หินย้อยสวยงามตระการตา ไกด์นำเที่ยวชี้ให้ดูตามมุมต่าง ๆ  บนเพดานถ้ำ และมุมอื่น ๆ มองเห็นเป็นรูปพระพุทธรูป เจ้าแม่กวนอิม รูปนกอินทรีย์ รูปสัตว์ต่าง ๆ ฯลฯ ซึ่งก็มองดู คล้าย ๆ อย่างที่บอก ในถ้ำยังมีการฉายแสงไฟเป็นสีต่าง ๆ ตามมุม เพื่อเพิ่มความสวยงามให้กับถ้ำ และให้เรามองเห็นได้ชัดเจนขึ้นในมุมต่าง ๆ ด้วยค่ะ
 



 


ขากลับเดินลงมา  เมื่อมองมาด้านล่างก็จะเห็นเรือโดยสารที่จอดเทียบท่าหลายลำ โดยแต่ละลำก็จะมีธงประจำชาติติดที่เรือทุกลำ  ซึ่งก็     บ่งบอกถึงความเป็นชาตินิยมของคนในประเทศ จำนวนเรือที่จอดกันหลายลำก็บอกถึงจำนวนนักท่องเที่ยว  ที่มาท่องเที่ยวในสถานที่    แห่งนี้ การก่อสร้างท่าเทียบเรือใหม่ก็บอกถึงการเจริญเติบโตของการท่องเที่ยว  ในอนาคตด้วย
 

 


การเดินทางในครั้งนี้  ผู้เขียนได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นตอนเช้าที่สนามบินสุวรรณภูมิในเมืองไทย  และตกเย็นยังได้เห็น  พระอาทิตย์ตกน้ำ    ที่เมืองเวียดนามอีก ภาพพระอาทิตย์ตกน้ำพร้อมกับเกาะน้อยใหญ่ สวยงามจนต้องเก็บภาพมาฝากกันเลยทีเดียว  และก็ยังได้อยู่สองประเทศในวันเดียวกันอีก  เป็นความประทับใจซึ่งก็ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนักในการเดินทางท่องเที่ยว 

 


 

วันที่สองของการท่องเที่ยวในเวียดนามเหนือ  ระหว่างการเดินทางสู่จัตุรัสบาดิง ซึ่งเป็นสถานที่ท่านโฮจิมินท์ได้อ่าน    คำประกาศอิสรภาพของเวียดนามพ้นจากฝรั่งเศล  ผู้เขียนได้เห็นวิถีชีวิตของผู้คน แม่ค้าขายดอกไม้ซึ่งอยู่ข้างทาง    ดอกไม้สีเหลืองสด น่าซื้อ  แม่ค้าขายผลไม้หาบเร่ แม้แต่หาบกระจาดใส่ผลไม้ยังใช้เหมือนกันเลย! ตั้งขายเรียงรายเป็นระเบียบเรียบร้อย  และยังแต่งตัวเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของชาวเวียดนาม โดยเฉพาะหมวกใบจากที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือนจริง ๆ ค่ะ
 


เมื่อมาถึงจัตุรัสบาดิง  ผู้เขียนและเพื่อน ๆ เข้าเคารพศพท่านโฮจิมินห์  สุสานแห่งนี้เป็นสุสานของประธานาธิบดีคนแรกของเวียดนาม สร้างเมื่อปี ค.ศ. 1973  - 1975 อาคารสร้างด้วยหินอ่อนและหินแกรนิต และมีสิ่งมีค่าที่ประชาชนที่ศรัทธาส่งมาจากทั่วประเทศ ด้านใน    มีทหารกองเกียรติยศใส่ชุดเครื่องแบบสีขาวเต็มยศยืนรักษาการณ์อยู่ 

กลางห้องบนแท่น     มีโลงแก้วบรรจุศพอาบน้ำยาของท่านโฮจิมินห์หรือลุงโฮ  นอนสงบเหมือนคนหลับอยู่ด้านใน วิธีการอาบน้ำยาศพเพื่อรักษาสภาพศพใช้แพทย์จากรัสเซีย ต้องทำการอาบน้ำยาปีละหนึ่งครั้ง ซึ่งวิธีการเป็นความลับทางการแพทย์ 

การเข้าชมสุสานทุกคนต้องฝากกระเป๋าและของมีค่าไว้กับเจ้าหน้าที่ ห้ามถ่ายรูปใด ๆ ทั้งสิ้น แต่งกายสุภาพ สำรวมกิริยา เดินตามกันเป็นแถวเรียงหนึ่งตามเส้นทางที่จัดไว้ให้ เพื่อเป็นการให้เกียรติท่านประธานาธิบดีค่ะ

 

 


หลังจากนั้นก็พากันเดินชมตึกทำเนียบประธานาธิบดี เป็นตึกสไตล์โคโลเนียล ทาด้วยสีเหลืองทั้งหลัง ที่นี่เคยเป็นสถานที่ทำงานของท่านโฮจิมินห์เมื่อตอนที่ท่านมีชีวิตอยู่ ปัจจุบันใช้เป็นที่รับรองแขกบ้านแขกเมือง ถ่ายรูปได้เฉพาะหน้าด้านตึก มีรั้วกั้นและทหารยืนรักษาการอยู่ เพื่อรักษาความปลอดภัยของสถานที่

ด้านหลังตึกทำเนียบเป็นบ้านพักหลังสุดท้ายของประธานาธิบดีโฮจิมินห์ ที่แสดงถึงความเป็นอยู่เรียบง่ายและความสมถะของท่าน ท่านอาศัยอยู่บ้านพักหลังนี้จนวาระสุดท้ายของชีวิต บรรยากาศรอบ ๆ บ้านพักและตึกทำเนียบร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่น้อยจำนวนมากค่ะ 

 



 


 ช่วงบ่ายชมการแสดงหุ่นกระบอกน้ำ ซึ่งมีการแสดงเฉพาะที่ฮานอย ในโรงละครริมทะเลสาบว่านเกี๋ยม บนถนนดิงห์เตียมฮว่าง การเชิดใช้ผู้เชิดอยู่หลังมู่ลี่ไม้ไผ่ที่มีการพรางไว้ ตัวหุ่นเชิดจะอยู่ที่ปลายไม้ที่ยาวพอที่จะยื่นออกมานอกฉาก   ที่ ผู้เชิดบังคับ มีกลไกบังคับมือเป็นอวัยวะของหุ่นที่ทำจากไม้ฉำฉาที่เบาและพยุงน้ำหนักเมื่ออยู่ในน้ำ และการเชิดต้องไม่ให้เห็นไม้บังคับหุ่น จึงทำให้ดูเหมือนหุ่นมีลีลาของตนเอง

เป็นศิลปะการละเล่นพื้นเมืองของชาวนายามว่างจาก  การทำไร่ทำนา บอกเล่าเรื่องราวของตำนานเวียดนาม การละเล่นพื้นเมือง  และประวัติศาสตร์  และยังใช้วงดนตรีพื้นเมืองบรรเลงเพลงประกอบการแสดง เพื่อให้ได้อรรถรสในการชมมากยิ่งขึ้น  หลังชมการแสดงทุกคนปรบมือให้กับ ผู้แสดงหุ่นกระบอกน้ำที่บังคับหุ่นได้น่ารัก ดูเหมืvอนคนมีชีวิตจริง ๆ ซึ่งเป็นการแสดงที่หาชมได้ยากค่ะ

 


หลังจากที่ได้ชมการแสดงหุ่นกระบอกน้ำเรียบร้อยแล้ว ก็เป็นเวลาส่วนตัวของพวกเรา ผู้เขียนและเพื่อน ๆ พากัน เดินดูร้านของฝากและของที่ระลึก

ระหว่างทางก่อนที่จะไปถึงร้านของที่ระลึกเดินผ่านร้านอาหารที่ชาวเวียดนามนั่งกินกันอยู่  “อาหารทะเลสดๆ ปูตัวใหญ่ ๆ  น่ากินจริง ๆ ของทะเลที่นี่หน้าตาหน้ากินนะ” เพื่อนบางคนบอก  นี่ ! ถ้าไม่ได้กินข้าวกันมาแล้ว คงได้ชิมรสชาดแน่ๆ เลย  จริง ๆ แล้วก็อยากลองชิมร้านในลักษณะนี้บ้างเหมือนกัน แต่เรามากันเป็นหมู่คณะ คงไม่สะดวกกับจำนวนคนเยอะ ๆ ที่จะนั่งทานกัน 

พวกเรามองหน้ากัน เพื่อนบางคนบอก "ไปเหอะ ! เดี๋ยวซื้อของไม่มัน  เวลาของเราจะหมดแล้ว"
 

 

จึงพากันเดินไปยังร้านของที่ระลึก ซึ่งของที่ระลึกส่วนใหญ่จะเป็นสัญลักษณ์ของสาวเวียดนามใส่ชุดอ่าวหญ่าย เป็นชุดประจำชาติของชาวเวียดนามและสวมหมวกใบจากที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของฝากเวียดนาม ที่เรียกชุดอ่าวหญ่ายเป็นภาษาเวียดนาม แปลเป็นภาษาไทยก็คือชุดยาวนั่นเอง

มีทั้งพวงกุญแจเป็นปูนพาสเตอร์ ที่ติดตู้เย็น ที่คล้องมือถือ กระเป๋าสตางค์ กระเป๋าสะพาย ที่รองจาน ที่รองแก้ว ซึ่งเป็นรูปสาวเวียดนาม  หนุ่มเวียดนาม ใส่ชุดอ่าวหญ่าย มีให้เลือกซื้อหลายสี ทั้งสีเหลือง สีแดง สีชมพู สีน้ำเงินฯ แล้วแต่จะชอบสีอะไร ที่ทับกระดาษเป็นรูปปั้นสาวเวียดนาม มีขนาดเล็กและขนาดใหญ่ หมวกใบจากใบเล็ก ๆ ใบใหญ่ เสื้อยืดลายต่าง ๆ แบบสกรีน และแบบปักเป็นรูปสาวเวียดนาม สองคนบ้าง สามคนบ้าง 

ขณะเลือกซื้อของแม่ค้าก็บอกว่า  “สินค้าแบบปักเป็นรูปสาวเวียดนามปักแค่สาวสองคนจะถูกกว่าปักสาวสามคน” ทำไมถึงถูกกว่ากันหล่ะแม่ค้า     “มีคนมากกว่าก็เลยต้องแพงกว่า เพราะต้องเสียค่าเลี้ยงดูเพิ่มเหรอ” ผู้เขียนแซวแม่ค้า  แม่ค้าหัวเราะชอบใจแล้วก็ตอบว่า  ปักสาวมากกว่าหนึ่งคนก็ต้องปักนานกว่า เสียค่าแรงมากกว่าก็ต้องแพงกว่าซิจ๊ะ  อ้อ! ลืมบอกไปค่ะ แม่ค้าที่นี่พูดภาษาไทยได้ชัดเจนไม่แพ้เราเลย  แต่ต้องพูดช้า ๆ บวกท่าทางอีกนิดหน่อยก็จะคุยกันได้รู้เรื่อง เหมือนคนบ้านเดียวกัน ประมาณนั้นเลย
 
ยืดมีให้เลือกหลายลาย เป็นรูปมังกร   รูปตัวการ์ตูน รูปอื่นฯ อีกมากมาย ก็แล้วแต่จะเลือกซื้อกันไปตามแต่ความชอบ ราคาก็จะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับคุณภาพของเนื้อผ้า และวิธีการปักค่ะ  

 

 


ของฝากที่ขึ้นชื่อของเวียดนามอีกอย่างหนึ่งก็คือ กาแฟค่ะ ที่นี่เป็นต้นตำรับความอร่อยของกาแฟในระดับต้น ๆ เลยทีเดียว ผู้เขียนไม่ทานกาแฟ แต่ก็สัมผัสได้ถึงความหอมของกาแฟที่ให้ลองชิมดู เพื่อนบางคนฝากเราซื้อกาแฟ เราก็เลือกที่หอม ๆ ราคาสูงหน่อย ก็น่าจะถูกใจคนฝากซื้อนะ (แอบคิดเองในใจ)  แต่ก็ถามแม่ค้าแล้วนะว่าอย่างไหนอร่อยกว่ากัน แม่ค้าใจดีแนะนำ และให้ดมความหอมของกาแฟด้วย 

เมื่อถึงเวลานัดหมายพร้อมกันแล้วไกด์นำเที่ยวแนะนำเคล็ดลับในการเลือกซื้อของให้พวกเราว่าซื้อของแล้ว ห้ามมาคุยกันถึงราคาที่ซื้อมา เพราะว่าถ้าหากเพื่อนซื้อได้ราคาที่ถูกกว่า เราจะเสียใจและเสียหน้า ไม่ดีและไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง   แล้วก็ทำท่าเลียนแบบตลกของเมืองไทย  ไม่เอา !  ไม่พูด  !  ซึ่งเรียกเสียงหัวเราะในรถได้เป็นอย่างดี 

แต่จริง ๆ แล้วของที่นี่แม่ค้าจะขายราคาใกล้เคียงกัน เพื่อน ๆ ลองต่อราคาแล้วก็ได้ราคาไม่แตกต่างกัน ถ้าจะแตกต่างก็จะเป็นในลักษณะของเนื้อผ้า วิธีการปัก  และคุณภาพของสินค้า ราคาของฝากและของที่ระลึกที่นี่ค่อนข้างถูก เนื่องจากค่าแรงแตกต่างจากบ้านเรา  จึงไม่ต้องแปลกใจว่าทำไม ผู้เขียนและเพื่อน ๆ มีเวลาไม่นานแต่ก็ได้ของเต็มสองไม้สองมือกลับบ้านไม่แพ้กันเลยทีเดียว  แหม ! ก็ของน่าซื้อทั้งนั้นเลยเนี่ย ไม่ซื้อได้ไง 

เมื่อซื้อของได้ตามที่เราต้องการแล้ว ก็ได้เวลาเดินทางกลับที่พัก นอนหลับพักผ่อนเติมพลังให้กับตัวเองเพื่อเตรียมทางเดินทางสู่เวียดนามกลางในวันต่อไป..............................                        


 
โดย พาฝันตะวันทัวร์>>เดอะแก้งค์ออฟคนเรียนไกด์                                                            

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


เทคนิคการสร้างกรอบ(Frame)ให้ภาพถ่าย     กฎสามส่วน จุดตัดเก้าช่อง ทฤษฎีถ่ายภาพยอดนิยมของช่างภาพทั่วโลก ซึงประยุกต์มาจากทฤษฎีของนักคณิตศาสตร์ชาวกรีก ที่ชื่อ.. ปีทาโกรัส(Pythagoras)
blog comments powered by Disqus




กำเนิดบ้านดินระยอง ตอน บ้านดินทรงกลม
ด้วยความเชื่อมั่นและศรัทธา บวกใจสู้ และแล้ววันหนึ่งฝันก็เป็นจริง บ้านดินทรงกลม บ้านดินหลังแรกในชีวิต ก็ออกมาอวดสายตาชาวระยอง
อ่านทั้งหมด...












 




หมวดฮิต & คำฮอต >>

> อัญมณี ลูกปัดและเครื่องประดับ :ลูกปัด ลูกปัดโบราณ หินสี อัญมณี อัญมณีประจำวันเกิด อัญมณีประจำราศี
> สวนสวย จัดสวนสวย การจัดสวนเอง : จัดสวน สวนสวย จัดสวนหน้าบ้าน จัดสวนหย่อม ต้นไม้ บ้านและสวน
> ท่องเที่ยวทั่วไทย ท่องเที่ยวต่างประเทศ : ท่องเที่ยวไทย ท่องเที่ยวทั่วไทย ท่องเที่ยวต่างประเทศ
> พระเครื่องและวัตถุมงคล : พระเครื่อง พระเครื่องทั่วไทย พระเครื่องสายใต้ พระเครื่องมากมาย
> สุขภาพและความงาม : สุขภาพ สุขภาพจิต สุขภาพน่ารู้ บำรุงผิวหน้า สุขภาพดี หน้าใส ผิวขาว
> อาหาร เมนูอาหาร เมนูอาหารไทย : อาหารไทย อาหารเพื่อสุขภาพ เมนูอาหาร ไข่ ปลา ไก่
> ศิลปะ การออกแบบ : ศิลปะไทย ศิลปะตะวันตก ศิลปะร่วมสมัย ออกแบบเสื้อ ออกแบบโลโก้ ออกแบบสวน


> การศึกษา การฝึกอบรม : เรียนต่อต่างประเทศ เรียนภาษาอังกฤษ อังกฤษ จีน เกาหลี ญี่ปุ่น รับตรง สอบตรง โควตา ทุนเรียนต่อ เรียนต่อโท เรียนต่อปริญญาเอก เรียนต่ออเมริกา
> วัฒนธรรม บันเทิง ดารา : วัฒนธรรมไทย ญี่ปุ่น บันเทิงดารา เกาหลี ไทย บันเทิงเอเชีย ข่าวบันเทิง
> เพลงใหม่ หนังใหม่ : เพลงใหม่ เพลงใหม่ล่าสุด ฟังเพลงใหม่ ฟังเพลงใหม่ล่าสุด หนังใหม่
> ดูทีวีออนไลน์ ฟังวิทยุออนไลน์ : ดูทีวีออนไลน์ ดูทีวีย้อนหลัง วิทยุออนไลน์ ฟังวิทยุออนไลน์
>ดูดวง : ดวง ดูดวงความรัก ดูดวงเนื้อคู่ ดูดวงวันเกิด ดูดวงตามวันเดือนปีเกิด ดูดวงบ้านเลขที่ ดูดวงการงาน ดูดวงตามพรหมชาติ
> งานสร้างสรรค์ งานประดิษฐ์ ไอเดีย >ทำนายฝัน ทำนายความฝัน> งานราชการ > รับสมัครงาน
 








หน้าแรก | เกี่ยวกับเรา | บริการ | สินค้า | สมาชิก | เว็บบอร์ด | งานประดิษฐ์ สร้างสรรค์ไอเดีย | ความรู้ | ติดต่อโฆษณา
บทความ >อัญมณี ลูกปัดและเครื่องประดับ >สวนสวย จัดสวน การจัดสวนเอง >ท่องเที่ยวทั่วไทย ท่องเที่ยวต่างประเทศ >พระเครื่อง วัตถุมงคล พระเครื่องทั่วไทย
>สุขภาพและความงาม >อาหาร เมนูอาหาร เมนูอาหารไทย >ศิลปะ การออกแบบ >การศึกษา การฝึกอบรม >วัฒนธรรม บันเทิง ดารา

ดูดวง >ดูดวงรายเดือน >ดูดวงบ้านเลขที่ >ดูดวงตามพรหมชาติ >ดูดวงความรัก >ดูดวงเนื้อคู่ >ดูดวงวันเกิด >ดูดวงตามวันเดือนปีเกิด
ทำนายฝัน >ฝันเห็นคนและกิริยาอาการ >ฝันเห็นสัตว์ต่างๆ >ฝันเห็นสิ่งของและสถานที่ >ฝันเห็นสิ่งอื่นๆ
เว็บบอร์ด >ประกวดทั่วไทยทั่วโลก >ศึกษาต่อในประเทศและต่างประเทศ รับตรง โควตา ข่าวทุนการศึกษา >สมัครงาน รับสมัครงานราชการ
รับสมัครงานรัฐวิสาหกิจและงานเอกชน >งานฟรีแลนซ์ >ท่องเที่ยวทั่วไทย >ท่องเที่ยวต่างประเทศ >อาหารการกิน > ตากล้อง >จัดสวนสวย > รักษ์โลก
>ข่าวด่วน ฝากข่าว >รักสุขภาพ ความสวย ความงาม > พระเครื่อง ของสะสม >ไอเดียสร้างสรรค์และโชว์ฝีมือ >เครื่องประดับ ลูกปัด หินสี และอัญมณี >ศิลปะออกแบบ
>วัฒนธรรมบันเทิงดารา ข่าวบันเทิง >เพลงใหม่ หนังใหม่ >ดูทีวีออนไลน์ฟัง วิทยุออนไลน์

E-mail : rayabeading@yahoo.com , rayabeading@hotmail.com Tel: 089-6461093   Copyright©2010-2011 Rayabeading.com. All rights reserved.